“นี่ที่ไหน?” หวังเจี่ยกับผู้หญิงไฝดำลุกขึ้นนั่งจากพื้นถึงพบว่าฟ้ามืดแล้ว
“พี่หวัง ฉันเจ็บ เหมือนขาหักเลย” ผู้หญิงไฝดำร้อง
“ร้องบ้าอะไร ฉันก็เจ็บเหมือนกัน…” หวังเจี่ยเจ็บจนเหงื่อเต็มหัวจึงด่าไป
“พวกโยมสองคนรู้สำนึกรึยัง?” ตอนนี้เองหลวงจีนจีวรขาวเดินมาอยู่ตรงหน้าสองคน สองคนมองแวบแรกพลันตกใจสะดุ้ง นี่มันหลวงจีนที่เมื่อครู่วิ่งเร็วกว่ารถจนเกือบจะถูกพวกเธอชนตายนี่? เขายังไม่ไปอีก?!
“แกเป็นตัวอะไรกันแน่?” หวังเจี่ยตะโกน
ฟางเจิ้งโบกมือก่อนนั่งลงกลางอากาศ เอ่ยเรียบๆ “อาตมาฟางเจิ้ง พวกโยมสองคนมีบาปหนัก รู้สำนึกรึยัง?”
พอเห็นฟางเจิ้งนั่งกลางอากาศ ผู้หญิงสองคนตกใจจนวิญญาณจะออกจากร่าง นี่คนหรือ? หวังเจี่ยไม่กลัวคน แต่กลัวผี! ทำเรื่องเลวมาเยอะจึงกลัวเป็นพิเศษ! ถามด้วยเสียงสั่นๆ “กะ…แกคิดจะทำอะไรกันแน่? ฉัน…ฉันทำผิดอะไร?”
ฟางเจิ้งแค่นเสียงหึ “โง่เขลาเบาปัญญา ถ้าอย่างนั้นสีกาดูว่าพวกเขาคือใคร!” ฟางเจิ้งโบกมือ บนถนนมีเงาสีดำเพิ่มมาจำนวนมาก รูปร่างไม่สูง มองแวบเดียวก็รู้ว่านั่นคือเด็กทั้งหมด แต่ละคนก้มหน้า เนื่องจากแสงจึงมองเห็นไม่ชัด
แต่เด็กเหล่านั้นกลับเดินหน้ามาช้าๆ พร้อมกับตะโกนด้วยความโกรธ “คืนชีวิตหนูมา!”
“พะ…พวกแกเป็นตัวอะไร?” ผู้หญิงไฝดำตกใจจนจะวิ่งหนี แต่ขาหัก ขยับก็ปวดร้าวไปทั้งกายและใจ ขยับไม่ได้เลย!
หวังเจี่ยตกใจค้าง มองเงาเด็กเหล่านี้ แต่ละคนไม่มีเงา! หวังเจี่ยพลันหน้าขาวซีด แต่เธอก็ยั