หวังเจี่ยพูดอย่างรำคาญ “ฉันจะรู้ได้ไงล่ะ พวกเรารับผัดชอบแค่ลักพาตัว คนอื่นจัดการเรื่องการขาย ตามกฎแล้ว พวกเราห้ามถามถึงที่ขาย เดี๋ยวจะซวยกันหมด แต่ฉันได้ยินมาว่าถ้าของดีปกติจะไปขายในร่องหุบเขาข้ามมณฑล คนที่นั่นยากจน ในหัวมีแต่ความคิดเก่าๆ คิดอยากเลี้ยงลูกไว้ยามแก่อะไรพวกนี้ มีลูกเองไม่ได้เลยซื้อเอา และก็มีคนเลี้ยงลูกไว้เป็นเมีย โตแล้วก็มีลูกด้วยได้…แต่นี่ถือว่ายังดีนะ”
“นี่ยังดี?” ผู้หญิงไฝดำร้องตกใจ
“เธอจะตกใจทำไมเนี่ย? แล้วมันไม่ดีตรงไหน? ขายให้ครอบครัวแบบนั้นคือโชคดีมากนะ ถ้าขายให้…หึๆ…” หวังเจี่ยไม่พูดแล้ว บางคำพูดได้ บางคำพูดไม่ได้
ทว่าในใจผู้หญิงไฝดำเต้นระรัวตาม มองเหมิงเหมิงที่หลับไปแล้วในอ้อมกอด นัยน์ตามีความใจอ่อนนิดๆ แต่ไม่นานความใจอ่อนหายไป สงสารคนอื่นแล้วใครสงสารเธอ? หาเงินต่างหากคือหลักการสำคัญ!
ตอนนี้เองมีเสียงหมาป่าหอนดังมาจากข้างหลัง
หวังเจี่ยมองกระจกมองปราดหนึ่งแล้วร้องตกใจ “นั่นอะไร? ทำไม่วิ่งเร็วขนาดนี้?!”
ผู้หญิงไฝดำมองตาม เห็นหมาตัวใหญ่เท่าวัวสีขาวแทบจะวิ่งแซงฝุ่นมาตลอดทาง! ความเร็วนั่นน่าตกใจ! แต่นี่ก็ช่างเถอะ ข้างหลังหมาป่าตัวใหญ่ยังมีหลวงจีนจีวรขาวตามมา หัวใสเป็นเงาวาว ทว่า…เขาไม่ได้ขี่รถ ไม่ได้ขับรถ กระทั่งไม่ได้วิ่ง! แต่เดิน!
“พระเจ้า นี่มันผีอะไรวะเนี่ย?!” ผู้หญิงไฝดำร้อง
‘บรืน…’ หวังเจี่ยไม่ได้พูดอะไร เธอเพิ่งเคยเจอสถานการณ์พิลึกแบบนี้เป็นครั้งแรก ทว่าก็