เหยียบคันเร่งตามสัญชาตญาณหมายจะแซงคนกับหมาป่า
รถจักรยานยนต์เริ่มส่งเสียง ความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหมาป่าข้างหลังกลับไล่ตามมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ…
หวังเจี่ยชำเลืองตามองเข็มวัดความเร็วแวบหนึ่ง เก้าสิบแล้วยังถูกตามทันอย่างรวดเร็ว นั่นหมาเรอะ? หมาจรวด?
หวังเจี่ยเหยียบคันเร่งสุดชีวิต รถจักรยานยนต์ก็ไม่ใช่รถที่ดีอะไร สุดท้ายเหยียบถึงร้อยก็เป็นขีดจำกัด แต่หวังเจี่ยขับต่อไปไม่ไหวเล็กน้อยแล้ว รู้สึกว่ารถจักรยานยนต์จะเหิน!
ส่วนผู้หญิงไฝดำตกใจจนหน้าขาวซีด ไม่ใช่เพราะรถจักรยานยนต์เร็ว แต่เป็นสถานการณ์ตอนนี้ที่พิลึกพิลั่นเกินไป! สุนัขตัวหนึ่งวิ่งเร็วเท่าไรเธอไม่รู้ แต่คนไม่มีทางเร็วขนาดนี้! อีกอย่าง…ยังแค่เดิน! จึงพูดพร่ำไม่หยุด “หวังเจี่ย หรือว่าพวกเราจะทำเลวกันเกินไป พระพุทธองค์เลยมาจัดการพวกเรา?”
“ไร้สาระ! พระพุทธองค์ที่ไหน? ฟังให้ดีนะ พูดอะไรที่มันไร้ประโยชน์ให้น้อยๆ หน่อย เธอเองก็ขายเด็กมาไม่ต่ำกว่าสิบกว่าคนแล้ว ถ้าเกิดเรื่องจริงๆ พวกเราจบเห่แน่! กอดเด็กไว้แน่นๆ!” หวังเจี่ยตาแดงก่ำ ที่บอกว่าไม่กลัวนั่นไม่จริง เจอเรื่องประหลาดแบบนี้ เธอรู้สึกขนลุกในใจนิดๆ
ข้างหลังห่างไปไม่ไกล ฟางเจิ้งเห็นรถจักรยานยนต์ที่แล่นไปด้วยความเร็วคันนี้เช่นกัน ทว่ามีปัญหาเรื่องมุมมอง เลยไม่เห็นเหมิงเหมิงที่ถูกหนีบไว้ตรงกลาง เลยไม่ได้สนใจอะไร ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ก็ผ่านการประชันความเร็วมาเมื่อครู่…
แต่เมื่อเข้าไปใกล้ หม