าป่าเดียวดายได้กลิ่นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พลันพูดขึ้น “เจ้าอาวาส เหมิงเหมิงอยู่บนรถจักรยานยนต์คันนั้น!”
“นายมั่นใจนะ?” ขณะฟางเจิ้งถามก็นึกไปถึงแผนรับมือ ใช้มุทราราชสีห์ในควบคุมผู้หญิงให้หยุดรถดีไหม? ปัญหาคือเขาขับรถจักรยานยนต์ไม่เป็น ถ้าควบคุมมั่วๆ ด้วยความเร็วขนาดนี้จะต้องเกิดเรื่องแน่
“มั่นใจ! ไม่อย่างนั้นให้มีผักงอกมาบนหัวฉันได้เลย!” หมาป่าเดียวดายตอบ
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ฟางเจิ้งยกระดับอภินิหารย่อแผ่นดินเป็นนิ้วให้กินบุญกุศลสามแต้ม เดินก้าวเดียวหนึ่งเงามายาสีขาว ดูไม่เร็ว แต่หมาป่าเดียวดายรู้สึกว่าขนทั่วร่างมันถูกแรงลมผ่านร่างจากฟางเจิ้งพัดจนเอียง!
ส่วนหวังเจี่ยกำลังเหยียบคันเร่งสุดชีวิต ทว่าก็ยังเร็วไม่เท่า กวาดสายตามองเข็มความเร็วปราดหนึ่งไวๆ ถึงสุดขีดแล้ว! มองถนนอีกที หวังเจี่ยพลันเห็นมีร่างเงาสีขาวเพิ่มมาข้างหน้า จีวรขาว ตั้งมือขึ้นข้างหนึ่ง เงยหน้าขึ้นนิดๆ นัยน์ตามีเพลิงโทสะไร้ที่สิ้นสุด! แต่มืออีกข้างของหลวงจีนกำหมัดแน่น! วินาทีนั้นหวังเจี่ยเหมือนเห็นพระพุทธองค์ที่กำลังโกรธ!
หวังเจี่ยไม่เชื่อพุทธ แน่นอนว่าไม่รู้ความหมายของการตั้งมือข้างหนึ่งแสดงความเคารพ
นักบวชสมัยก่อนจะประนมสองมือ แต่นักบวชก็ต้องทำงานเหมือนกัน บางครั้งในมือถือของ แน่นอนว่าประนมสองมือไม่ได้ ได้แต่ตั้งมือข้างหนึ่งแสดงความเคารพเมื่อพบกัน แต่พัฒนามาถึงตอนนี้ วัดจำนวนหนึ่งได้กำหนดการเคารพแบบมือข้างเดียวให้กับนักบวชย