ลิงไม่ได้ผ่านสงครามประทัดตอนแรมสิบห้าค่ำเดือนแปดตามปฏิทินจันทรคติ แต่มันตามฟางเจิ้งไปหลุมบรรพบุรุษของบ้านซุนเฉียนเฉิงตอนเช็งเม็ง เด็กน้อยเหมิงเหมิงอยู่ด้วย ดังนั้นมันจึงจำได้นิดๆ ตอนนี้เห็นซุนเฉียนเฉิงย่อมนึกถึงเด็กน้อย
นึกอะไรออกจึงพูดขึ้น “เจ้าอาวาส ฉันเคยเห็นเด็กคนนั้น!”
“นายเคยเห็น?!” ฟางเจิ้งที่จะพุ่งออกไปหันมาถาม
“ตอนไปยืมจอบ ฉันเห็นผู้หญิงสองคนคุยกับเธอตรงตีนเขา ฉันแค่เหลือบตามอง ไม่ได้เห็นอะไรมาก” ลิงเกาหัว
“รู้ไหมว่าพวกเธอเป็นใคร?” ฟางเจิ้งถาม
ลิงตอบด้วยความจนปัญญา “เหลือบมองเร็วๆ ทีเดียวเอง คือ…จำไม่ค่อยได้แล้ว”
“ไป!” ฟางเจิ้งดึงลิงเข้าไปในอุโบสถ “คุกเข่าลง พยายามนึกถึงภาพที่นายเห็นเหมิงเหมิง!”
ฟางเจิ้งพูดจบก็นั่งขัดสมาธิลง เคาะมู่อวี๋ ช่วยไม่ได้ ตอนนี้ใจเขาไม่สงบแล้ว ต้องสงบลงถึงจะใช้วิชาได้
พอได้ฟังเสียงใสเลื่อนลอยของมู่อวี๋ ลิงสงบลงอย่างรวดเร็ว หมาป่าเดียวดายกับกระรอกนั่งยองอยู่นอกอุโบสถ มองดูเงียบๆ เจ้าสองตัวนี้ก็ร้อนใจเหมือนกัน นั่งไม่ติดพื้นอยู่นิดๆ
แต่พวกมันไม่รู้ว่าคนที่ร้อนใจจริงๆ คือฟางเจิ้ง เขามีมือถือ อ่านข่าวทุกวัน เรื่องเด็กถูกลักพาตัวมีให้เห็นบ่อย เด็กถูกลักไป ไม่ได้ทำลายเพียงเด็ก แต่ยังมีครอบครัว! เด็กคนหนึ่งคือสมบัติของบ้าน ถูกคนลักพาตัวไป ครอบครัวนี้จะแตกสลายในทันใด ตายดีกว่าอยู่…หากเด็กถูกขายให้คนใจดีก็ดีไป แต่ถ้าขายให้คนเลว จุดจบคงอนาถาอย่างยิ่ง พอนึกถ