่บ้างเขาก็ยังอดทนไหว เมื่อฟันจอบลงไป หน่อไม้ถูกขุดขึ้นมาทีละหน่อ ลิงเดินตามหลังคอยเก็บหน่อไม้โยนใส่ตะกร้าที่หมาป่าเดียวดายคาบ กระรอกวิ่งอยู่ข้างหน้า มีหน่อไม้ขนาดเหมาะสมที่ไหนจะรีบโบกมือเรียกฟางเจิ้ง
เจ้าสี่ตัวนี้ร่วมมือกันตลอดทาง ประกอบกับไผ่หนาวเพิ่งเติบโต หน่อไม้จึงขึ้นเต็มไปหมด ใช้เวลาไปสิบกว่านาทีก็ได้ตะกร้าใหญ่ หมาป่าเดียวดายมีร่างกายสูงใหญ่ คาบตะกร้าใหญ่ก็ยังกินแรงอยู่นิดๆ แต่พอนึกถึงของกินในนั้นพลังมันพุ่งพรวดขึ้น
นำหน่อไม้หนึ่งกองกลับวัดเอกดรรชนี วางไว้ในครัว ฟางเจิ้งเตรียมทำอาหาร แต่เพิ่งเปิดฝาหม้อก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกประตู
ตามด้วยได้ยินเสียงคนเรียก “ฟางเจิ้ง อยู่ไหม? ฟางเจิ้ง ท่านอยู่ไหม?”
ฟางเจิ้งรีบวิ่งออกไปดู คนที่มาคือซุนเฉียนเฉิง
ฟางเจิ้งกลัดกลุ้มแล้ว ซุนเฉียนเฉิงไม่ดูไร่นาอยู่บ้าน แต่ขึ้นเขามาทำอะไร? พอมองดีๆ ซุนเฉียนเฉิงหน้าแดงก่ำ หอบหายใจแรง ดวงตาแดงเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าร้อนใจมาก
“ประสกซุน มีอะไรหรือ?” ฟางเจิ้งถาม
ซุนเฉียนเฉิงกลับไม่มองฟางเจิ้ง แต่มองไปรอบๆ ราวกับกำลังหาบางอย่าง ดูร้อนใจมาก! ซุนเฉียนเฉิงกล่าว “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านเห็นเหมิงเหมิงไหมครับ?”
“เหมิงเหมิง? เหมิงเหมิงไม่ได้มานี่?” ครู่เดียวฟางเจิ้งก็นึกออก นั่นคือเด็กหญิงน้อยน่ารักที่ทั้งตัวมีแต่ประทัดในวันสาดไฟบนถนนช่วงวันแรมสิบห้าค่ำ ขณะเดียวกันในใจเต้นตึกๆ คงไม่เกิดเรื่องหรอกนะ? ฟางเ