จิ้งเปิดเนตรสวรรค์มองซุนเฉียนเฉิง แต่กลับไม่เห็นอะไร เปิดเนตรปัญญาตรวจดู แต่มีควันเคราะห์ร้ายลอยขึ้นฟ้า เห็นได้ชัดว่าดวงซวย ซวยมาก! ฟางเจิ้งคิดในใจ ‘เนตรสวรรค์มองไม่ออก ภัยร้ายไม่ได้เกิดกับตัวเขา เนตรปัญญามองเห็นเคราะห์ร้าย เกรงว่าจะเกิดเรื่องกับคนข้างกายเขา!’ คิดถึงตรงนี้ฟางเจิ้งร้อนใจเหมือนกัน เหมิงเหมิงเด็กคนนั้นน่ารักมาก เขาไม่หวังให้เธอเป็นอะไร
“เหมิงเหมิงไม่ได้มาเหรอ?” ซุนเฉียนเฉิงได้ยินฟางเจิ้งว่าแบบนั้นก็ถามอย่างไม่ตายใจ ในแววตาเต็มไปด้วยความหดหู่ ขณะเดีววกันมีการขอพรอยู่นิดๆ เหมือนกำลังขอพรให้ฟางเจิ้งบอกเขาทีว่าเหมิงเหมิงอยู่ในวัด
ฟางเจิ้งถอนหายใจ “เหมิงเหมิงไม่ได้มาจริงๆ แต่ว่าประสกซุนอย่าใจร้อน เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? บางทีอาตมาอาจจะช่วยได้”
ทว่าซุนเฉียนเฉิงกลับไม่พูดอะไร แต่หมุนตัวกลับแล้ววิ่งลงเขาไป
ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังซุนเฉียนเฉิง เขาไม่โกรธ เพราะมันชัดเจนมากกว่าซุนเฉียนเฉิงร้อนใจจะเป็นบ้าแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งหน้าแดงขึ้นเขามาถามเขา โทรถามก็ได้แล้วไหม พอนึกขึ้นได้ว่าอาจจะเกิดเรื่องกับเหมิงเหมิง ฟางเจิ้งจึงต่อสายหาหวังโอ้วกุ้ยทันที
แต่ว่า…
“อะไรนะ? เกิดเรื่องกับเหมิงเหมิง?” หวังโอ้วกุ้ยได้ยินฟางเจิ้งเล่าจึงร้องเสียงสูง
ฟางเจิ้งถาม “โยมไม่รู้เหรอ?”
“ฉะ…ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า? ฉันดูปั๊มน้ำอยู่! เดี๋ยวจะกลับหมู่บ้านไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น” หวังโอ้วกุ้ยพูดจบก็วา