จากนั้นตรึกตรองอย่างชั่วร้าย ‘ไม่รู้ว่าถ้าใส่อานเข้าไปจะขี่เป็นยังไง…’
ทว่าฟางเจิ้งก็แค่คิด ถึงกินข้าวผลึก ดื่มน้ำบริสุทธิ์จะปรับเปลี่ยนร่างกายสิ่งมีชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่หมาป่าก็เป็นหมาป่า หัวมันแข็งกระดูกแข็งแต่ช่วงหลังราวกับเต้าหู้ ถ้าเขานั่งบนหลังมันจริงๆ ก็ไม่รู้ว่ามันจะรับไหวหรือไม่
ฟ้าสว่าง ลิงกวาดวัดอย่างรู้หน้าที่ พอได้ยินเสียงตะโกนจากฟางเจิ้งและเห็นหมาป่าเดียวดายวิ่งลงเขาไปเหมือนลิงโลด แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังตามลงไป
ส่วนฟางเจิ้งโทรศัพท์หาซ่งเอ้อโก่ว
“ยืมจอบ? ได้สิ ให้พวกมันมาเลย ผมจะวางจอบไว้ในลานบ้าน เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ถ้าไม่วางใจให้ผมเอาไปให้เอาไหม?” ซ่งเอ้อโก่วพูด
“ไม่เป็นไร ให้พวกเขาไปเอานั่นแหละ” ฟางเจิ้งปฏิเสธทันที ตอนนี้ต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูก
หมู่บ้านเอกดรรชนีต่างกับหมู่บ้านอื่น ตอนนี้หมู่บ้านจำนวนมากต่างตอบรับคำเรียกร้องจากประเทศ เปลี่ยนนาลุ่มให้เป็นนาดอน ไม่ปลูกข้าวนาดำแล้ว แต่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด ทว่าชาวบ้านเอกดรรชนียังเลือกปลูกข้าวนาดำต่อไป แต่หมู่บ้านเอกดรรชนีก็มีจุดที่ลำบากเหมือนกัน นั่นคือใต้ดินมีทรายเยอะ ไม่ว่าฝนจะตกมากเพียงใด ไม่นานจะซึมลงใต้ดินหมด การจะกักน้ำบนดินนั้นยากมาก
ดังนั้นแล้วการที่หมู่บ้านเอกดรรชนีจะปลูกข้าวนาดำจะอาศัยแค่ฝนตกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีคนท้องถิ่นคอยสูบน้ำเข้า
ขณะเดียวกันด้วยความที่หมู่บ้านกันดารเกินไป เครื