หนึ่ง สัมผัสได้ว่ารากไผ่หนาวเติบโตไปถึงไหนแล้ว พร้อมกันนั้นยังสัมผัสได้ว่าไผ่หนาวใหม่จะเติบโตตรงไหน แถมเขามีความรู้สึกอย่างหนึ่ง นั่นคือควบคุมตำแหน่งการเติบโตของไผ่หนาวได้!
เพียงเคลื่อนความคิด รากที่เดิมทีมุดเข้าไปใต้นาข้าวผลึกถอยกลับมา จากนั้นอ้อมนาข้าวผลึกไปเติบโตต่อ ฟางเจิ้งวางแผนว่าจะใช้ไผ่หนาวบังนาข้าวผลึกไว้ อย่างน้อยคนนอกมองแวบแรกจะไม่เห็น ในเวลาเดียวกันเขาควบคุมไผ่หนาวให้เติบโตไปทางวัด ล้อมวัดเอาไว้ และยังวางรากไว้ตามมุมวัด เขาว่าจะใช้ไผ่พวกนี้เป็นเครื่องประดับ และจะได้ไล่ยุงไปในตัวด้วย
สุดท้ายฟางเจิ้งวางคำสั่งกับต้นไผ่หลักไว้ว่าห้ามเติบโตออกนอกภูเขาเอกดรรชนี ถ้าออกไปจะตายทันที มีคำสั่งนี้อยู่ไผ่หนาวเลยเติบโตมั่วซั่วไม่ได้ ไม่อย่างนั้นด้วยความเร็วในการเติบโตอันน่ากลัวของมันแล้ว คาดการณ์ว่าไม่นานจะต้องยึดโลกนี้ได้แน่…นั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย
ฟางเจิ้งเก็บความคิดกลับมาก่อนมองไผ่เล็กที่งอกมาทีละต้น จากนั้นตบหัวโล้นร้องขึ้น “เฮ้ย! เกือบลืมไปเลย! เจ้าลิง ลงเขา! ไปยืมจอบบ้านซ่งเอ้อโก่วมา! รีบไปรีบกลับ ช้าจะหักกับข้าวนาย! เจ้าหมาป่านายก็ไปด้วย!”
หมาป่าเดียวดายไม่รู้ว่าฟางเจิ้งจะทำอะไร แต่เห็นเขาจริงจังแบบนี้จึงไม่กล้าล่าช้า รีบวิ่งไปทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟางเจิ้งเห็นหมาป่าเดียวดายวิ่งเร็วสุดชีวิต ความเร็วนั้นราวกับสายฟ้าสีเงินพุ่งออกไป! เขาทำหน้าอึ้งๆ ‘นี่คือรถแข่งในหมู่หมาป่าชัดๆ’