เด็กสาวถาม “พี่ใหญ่อวี๋ จากนี้พี่จะดีกับหนูแบบนี้ไหม? ช่วยนวดหัวเข่า ช่วยหนูจับปลาตัวใหญ่มากินไหม?”
“แน่นอนสิ! น้องฟางฟางอยากกินอะไร พี่จะช่วยเธอเอง!” เด็กชายยืดอกรับ
“ถ้าอย่างนั้น…ถ้ามีคนมารังแกฟางฟางล่ะ?” เด็กหญิงถาม
“มีพี่อยู่ ไม่มีใครรังแกฟางฟางได้หรอก” เด็กชายยังคงยืดอกรับ พูดด้วยความมั่นใจ
วินาทีนั้นเด็กหญิงยิ้มร่า ดวงตายิ้มเป็นจันทร์เสี้ยว
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราสลักอักษรกัน ห้ามใครโกง!” เด็กหญิงพูด
เด็กชายตอบตกลง สองคนสลักอักษรบนต้นเบิรช์ว่าจะปกป้องหลิวฟางฟางไปตลอดชีวิต จากนั้นสลักอักษรแบบเดียวกันบนต้นไม้อีกสองต้น สุดท้ายเด็กชายใช้มีดเล็กปลอกผิวต้นเบิรช์ ทำเป็นแผ่นๆ คนละแผ่น
ภาพเปลี่ยนไป บนดินเหลืองในชนบท เด็กหญิงโตขึ้นไม่น้อย ทว่าสถานการณ์ไม่ดีนัก เธอถูกหนุ่มอ้วนผลักล้ม แย่งแป้งหมี่ห่อหนึ่งในมือไปจึงร้องไห้เสียงดัง
ตอนนี้เองเด็กชายปรากฏตัว คว้าดินก้อนใหญ่พลางปรี่เข้าไปซัดกับคนอ้วนจนกลมเป็นก้อนเดียวกัน คนอ้วนสูงใหญ่ เด็กชายจะชนะได้อย่างไร? แต่เด็กชายกลับแสดงความไม่เกรงกลัวผู้ใด ไม่ว่าจะถูกต่อยกี่ครั้งก็ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อ
สุดท้ายคนอ้วนตกใจกลัวเด็กชาย หมุนตัววิ่งหนีไป แป้งหมี่กระจายเต็มพื้น
เด็กหญิงเห็นแป้งหมี่กระจายจึงร้องไห้หนัก “แย่แล้ว แป้งหมี่เละหมดเลย แม่ตีแน่ ฮือๆ…”
เด็กชายเห็นดังนั้นจึงกัดฟัน “ฟางฟาง รอเดี๋ยวนะ”
“ไม่ต้องสู้แล้ว พี่เลือดไหลแล้ว” เด็กหญิงพูดด้วยความเป็นห่วง