“ฉันรู้อยู่แล้ว แต่ว่า…ฉันไม่มีทางเลือกนี่ หรือว่าจะให้เธออยู่ที่นั่น มองความหวังของตัวเองถูกทำลายเหรอ? นั่นโหดร้ายกับเธอไป ฉันทำได้แค่เลือกวิธีที่ไม่โหดร้ายเกินไปเท่านั้น นี่ฉันก็ช่วยเธอสุดความสามารถแล้ว…” จิ่งเหยียนถอนหายใจ
ฟางเจิ้งก็เข้าใจ จิ่งเหยียนพูดถูก ในอนาคตเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับจิ่งเหยียน เธอดูแลถือว่ามีเมตตา ไม่ดูแลก็จะว่าอะไรไม่ได้ แต่ปัญหามาแล้ว คุณดูแลของคุณไปสิ มาโยนใส่หัวอาตมาทำไม? ฟางเจิ้งอยากจะด่าแม่จริงๆ…
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ตอนนี้มีอยู่สองทางเลือก ข้อแรกรู้ให้ได้ว่าทำไมเธอถึงยึดมั่นกับท่าเรือนั่นขนาดนั้น จะรื้อหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็เอาความตายมาขู่ จากนั้นจัดยาตามอาการให้เธอ แก้ปัญหาจากตรงนี้ ข้อสองให้เหตุผลรัฐบาลที่จะไม่รื้อ รัฐบาลก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่จัดการ?” จิ่งเหยียนกล่าว
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูดเล็กน้อย “ปัญหาคือนี่น่าจะเป็นเรื่องของรัฐบาลนี่?”
“ฉันรู้ ปัญหาคือรัฐบาลก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน…ด้านหนึ่งคือผลประโยชน์ทั้งหมด อีกด้านเป็นคน พวกเขายอมมาสิบปีแล้ว จะยอมตลอดไปไม่ได้ เพื่อท่าเรือนี่ หัวหน้าหลายรุ่นก่อนไปประชุมที่มณฑลโดนด่ากันมาหมด” จิ่งเหยียนเอ่ย
ฟางเจิ้งพยักหน้า “เอาเถอะ อาตมาจะทำสุดความสามารถ”
จิ่งเหยียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม รีบพูดต่อ “ขอบคุณมากค่ะหลวงพี่ฟางเจิ้ง”
ฟางเจิ้งวางสาย ขบคิดครู่หนึ่งก่อนเข้าไปในวัดเอกดรรชนี เห็นหลิวฟางฟางกับลิงคุยภาษามือกัน จ