จิ้งเหมือนจะเข้าใจ ถ้าอย่างนั้นอีกด้านของหลิวฟางฟางมีคนที่ห่วงใยเธอมากอยู่ คนที่ห่วงใยเธอนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว! เช่นนั้นนี่จะเกี่ยวกับที่เธออยู่ที่ท่าเรือนั่นไม่ยอมไปไหนหรือไม่?
ฟางเจิ้งมองหลิวฟางฟางอีกครั้งก่อนลอบถอนหายใจโล่งอก เขากลัวว่าหลิวฟางฟางจะแค่คุกเข่าไหว้พระแล้วกลับจริงๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นการจะดึงอีกฝ่ายเข้าสู่แดนความฝัน ค้นส่วนลึกความทรงจำก็จะยากแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือชี้แนะคล้อยตามแนวโน้ม ให้เธอหวนคิดถึงความทรงจำเอง บอกเล่าออกมาเอง เขามองไปอีกครั้ง ถ้าเป็นแบบนี้ถือว่าสบายๆ กันทุกฝ่าย สถานการณ์ในยามนี้คือหลิวฟางฟางกำลังหวนนึกถึงความทรงจำ…
ฟางเจิ้งเคลื่อนความคิดเข้าไปในแม่น้ำความทรงจำของหลิวฟางฟาง
“จิ๊บๆ…”
เสียงนกร้องไพเราะดังแว่วมา ฟางเจิ้งพบว่าเขามาอยู่กลางป่าไม้
นี่คือป่าสน และยังมีต้นเบิรช์จำนวนมาก ฟางเจิ้งรู้จักต้นเบิรช์ดี นี่คือหนึ่งในต้นไม้ที่เขาชอบที่สุดในวัยเด็ก
พริบตาที่ฟางเจิ้งกำลังเคลิ้มนั้นพลันได้ยินเสียงหัวเราะราวกับกระดิ่งเงินแว่วมา ไพเราะเสนาะหู ฟางเจิ้งหมุนตัวมองไป ตรงกลายเป็นเด็กหญิงคนหนึ่ง ไว้ผมเปียเขาแกะ สวมชุดกระโปรงสีขาววิ่งมา วิ่งไปพลางตะโกนไปพลาง “พี่ใหญ่อวี๋ รีบตามมาสิ!”
“มาแล้ว ฟางฟางวิ่งช้าหน่อย เดี๋ยวล้ม” ไกลออกไปเป็นเด็กชายตัวใหญ่ สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ในมือถือเชือกฟางเส้นหนึ่ง เชือกฟางร้อยปลาตัวใหญ่หนึ่งตัว วิ่งไปพลางตะโกนด้วยความเป็นห่วง
“รู้แล้ว