ุดมสมบูรณ์แตกกิ่งออกใบกลางวัด
“ต้นโพธิ์? ถ้าอย่างนั้นคงไม่ผิด” หญิงชราพึมพำ
ฟางเจิ้งได้ยินชัด แต่ยังไม่ถามอะไร
ขณะนี้เองมือถือฟางเจิ้งส่งเสียงดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นหมายเลขแปลกตา พร้อมกันนั้นใต้ภูเขาเอกดรรชนีมีร่างเงาระหงเพิ่มมา ร่างผอมสูง สวมเสื้อและกางเกงสีดำ สวมแว่นตาดำ นั่นคือจิ่งเหยียนที่ไม่ได้เจอกันมานานมาก
แม้สองคนจะไม่ได้ให้เบอร์มือถือกันไว้ แต่ด้วยความสามารถของจิ่งเหยียน การจะหาเบอร์ฟางเจิ้งนั้นไม่ยาก
ฟางเจิ้งเพิ่งรับสาย ยังไม่ทันพูดก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาจากปลายสาย “เจ้าอาวาสฟางเจิ้งไม่ได้เจอกันนานนะคะ ฉันจิ่งเหยียนเอง”
“อมิตาพุทธ ที่แท้ก็สีกาจิ่งเหยียน มีเรื่องอะไรรึเปล่า?” ฟางเจิ้งมองหญิงชราที่ยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์กำลังประนมสองมือขอพรเงียบๆ พลางถามไปแบบสบายๆ
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ฉันมาหาท่านจะต้องมีธุระด้วยเหรอ อันดับแรกท่านเห็นหญิงชราผมหงอกทั้งหัว สวมกี่เพ้าไหม?” จิ่งเหยียนถามด้วยความร้อนรนนิดๆ
ฟางเจิ้งตะลึงงัน ขณะจะตอบกลับ หญิงชราหมุนตัวมามองฟางเจิ้งแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อนๆ “อมิตาพุทธ นักบวชโกหกไม่ได้ ขอโทษด้วยนะ”
หญิงชราหมุนตัวกลับไม่มองฟางเจิ้ง เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจนิดๆ
จากนั้นฟางเจิ้งพูดกับจิ่งเหยียน “เธออยู่นี่ แต่ว่า เหมือนว่าเธอจะไม่อยากให้สีกาขึ้นมานะ สีกาเป็นอะไรกับเธอ?”
“ถ้าบอกว่าเธอคือคุณย่าฉันเองท่านจะเชื่อไหม?” จิ่งเหยียนถามกลับ
ฟางเจิ้ง