ไม่ตอบ จิ่งเหยียนพูดต่อ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ล้อเล่นน่ะ เธอไม่ใช่ย่าฉันหรอก เธอชื่อหลิวฟางฟาง พูดชื่อไปท่านอาจจะไม่รู้สึกอะไรมาก แต่เธอมีฉายาว่าผีริมแม่น้ำซงฮวา”
“หืม?!” ฟางเจิ้งงุนงง มีคนมีฉายาแบบนี้ด้วย?
“อย่าตกใจค่ะ เธอเป็นคนไม่ใช่ผี แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับผี คนจากสำนักงานกิจการพลเรือนใกล้จะเป็นบ้าเพราะเธอแล้ว เธอไม่มีบ้าน กระทั่งไม่มีใครรู้อดีตของเธอ รู้แค่ว่าเธอจะไปปรากฏตัวที่ท่าเรือแม่น้ำซงฮวาเมืองเฮยซานทุกวันเหมือนกับวิญญาณ ไม่ทำงานมาหลายสิบปีแล้ว คนงานที่ท่าเรือกับผู้อาศัยข้างเคียงหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ แต่มีแค่เธอที่ไม่เปลี่ยนไป บางทีเมื่อก่อนอาจมีคนรู้อดีตของเธอ แต่คนพวกนั้นไม่อยู่แล้ว” จิ่งเหยียนเล่า
ฟางเจิ้งเห็นหญิงชราเดินมาอยู่หน้าอุโบสถ ลิงออกมาจากข้างใน ประนมสองมือแสดงความเคารพหญิงชรา เธออึ้งไป ก่อนสีหน้าจะดูมีความหวังเพิ่มมาหลายส่วน
ฟางเจิ้งถามเบาๆ “สีกาจิ่งเหยียน เล่าเรื่องพวกนี้ให้อาตมาฟังทำไม? อาตมาไม่ใช่พนักงานสำนักกิจการพลเรือนนะ…”
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านรีบเหรอ ฟังฉันให้จบก่อนได้ไหม?” จิ่งเหยียนว่า
ฟางเจิ้ง “ได้” จากนั้นเดินไปอยู่นอกวัด เดี๋ยวหญิงชราจะได้ยิน
จิ่งเหยียนเล่าต่อ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่าเรือจะถูกรื้อแล้ว”
“อะไรนะ?!” ฟางเจิ้งแทบจะร้องออกมา เขารู้ดีว่าความยึดมั่นของคนคนหนึ่งน่ากลัวเพียงไหน หญิงชราคนนี้ดูมีชีวิตชีวา ทว่าด้วยความที่ในใจเธอมีความหวังค้ำจุนเลยยืนห