ไม่นานหลิ่วเทาก็หอบหายใจแรงเดินมา สิ่งที่ฟางเจิ้งตกใจคือหลิ่วเทาหยิบเงินมาปึกหนึ่ง น่าจะพันหยวน บ้างยับ บ้างสกปรก ดูแล้วเงินเหล่านี้น่าจะเป็นผลมาจากการยัดใส่รวมๆ กันมา
ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว ยืนขึ้น “ประสก ไหว้พระคือไหว้จิตใจ ถ้าต้องเป็นหนี้เพราะไหว้พระ นั่นไม่ใช่การไหว้พระแล้ว นั่นคือการทำลายชื่อเสียงของพระพุทธ ต่อพระพุทธองค์ก็ดี ต่อพระโพธิสัตว์ก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่แบกรับไม่ได้”
หลิ่วเทาอึ้งไป เขาเพิ่งเจอหลวงจีนแบบนี้เป็นครั้งแรก ให้เงินไม่เอา? ทว่าพอนึกถึงความมหัศจรรย์ต่างๆ ของฟางเจิ้ง ผู้สูงส่งภายนอกลึกลับแบบนี้จะไม่ต้องการเงินก็ปกติ ดังนั้นหลิ่วเทาจึงอธิบายว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง วางใจเถอะ เงินพวกนี้ไม่ใช่หนี้สินอะไร เงินเดือนผมไม่ได้มีแค่นี้นะ เพียงแต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ทุกคนมาซ่อมทางกันหมด ไม่มีเงินติดตัวกัน เลยยืมมาก็เท่านั้น ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อยครับ…”
ฟางเจิ้งยิ้ม “ขอแค่ไม่สร้างความลำบากให้ชีวิตประสกก็พอ เท่าไรก็ตามแต่เจตนาเลย จำคำอาตมาไว้ พระพุทธอยากให้ประสกมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลงเพราะมาไหว้พระ อย่ายิ่งทำยิ่งห่างไกลจากเป้าหมาย”
“ฮ่าๆ…ผมเข้าใจครับ” หลิ่วเทาพยักหน้าก่อนนำเงินยัดใส่ไว้ในกล่องบริจาคถึงโล่งอก ความรู้สึกที่ติดหนี้บุญคุณคนอื่นหายตามไป
ฟางเจิ้งก้มลงไปเก็บมือถือหลิ่วเทาขึ้นมา ส่งให้ด้วยสองมือ “ประสก อย่าทำมือถือตกอีกล่ะ”
หลิ่วเทาเกาหัวยิ้มด้วยความอายเล็กน้อยก่อนรีบเบี่ย