ฉะนั้นหลิ่วเทาจึงไม่ได้พูดอะไรก่อนรีบตามไป
เซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยมองตากันแล้วตามไป แต่เสียงหัวหน้าคนงานดังแว่วมา “หลิ่วเทา เกิดอะไรขึ้น?!”
“พวกนายสองคนกลับไปรายงานหัวหน้า ฉันจะขึ้นเขาไปขอบคุณไต้ซือ!” หลิ่วเทาเอ่ย
“เหอะๆ…พวกแกสองคนแต่งเรื่องให้ฉันฟังอีกแล้วนะ พยายามแต่งหน่อย! ทำไมฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกแกสองคนแต่งเรื่องเก่งแบบนี้ เก่งนักจะมาเป็นคนงานก่อสร้างทำไม? ไปเขียนนิยายนู่น?” หัวหน้าได้ยินคำบอกเล่าของเซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยแล้วก็ยิ้มเยาะ
เซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยจะพูดอะไรได้? พูดความจริงไม่มีใครเชื่อ ถ้าอย่างนั้น…
“เอาเถอะ คงได้แต่พูดความจริงแล้ว มีหินตกจริงๆ อาจารย์กลัวว่าบนเขาจะมีความเสี่ยงเลยให้พวกเราสองคนลงมาก่อน” เซี่ยหมิงพูดต่อโดยพลัน
“คงไม่จบแล้วหรอกนะ? ความจริงง่ายแบบนี้เลย? พวกแกสองคนมันทึ่ม ยังมีหน้ามาโกหกอีก จะโกหกก็ใช้สมองหน่อย คิดว่าฉันโง่รึไง? ถึงจะโง่ก็ไม่เชื่อคำโกหกของพวกแกสองคนหรอก! สายตาฉันเฉียบแหลม พวกแกยกขาก็รู้แล้วว่าจะพูดจาไร้สาระอะไร เอาล่ะ ไปทำงานไป ไม่มีเวลามาสนใจพวกแกสองคนหรอก” หัวหน้าคนงานคุยโม้ก่อนจะให้สองคนไปทำงาน
หลังจากเซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยออกมาแล้วก็มองหน้ากัน ก่อนพากันส่ายหน้า พูดพึมพำ “สายตาเฉียบแหลมเหรอ ตาบอดล่ะสิ…”
บนเขา ฟางเจิ้งกำลังเดิน มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลัง ฟางเจิ้งไม่หยุด แต่เดินต่อไป
หลิ่วเทาไล่ตามมาข้างหลัง ขณะจะพูดกลับเห็นว่าฟาง