งมั่นใจมาก
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ฉันเสร็จหน้าที่แล้ว ไปล่ะ” หวังโอ้วกุ้ยเข้าใจฟางเจิ้งมาก เป็นเส้นเอ็นหนึ่งเส้น ดื้อรั้นในเหตุผลของตน ในเมื่อเขาตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ที่นี่ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์
หัวหน้าคนงานเห็นหวังโอ้วกุ้ยไปยังไม่มีประโยชน์จึงล้มเลิกความคิดไป ขี้คร้านจะสนใจแล้ว ทุกคนควรทำอะไรก็ทำให้ดีเถอะ…
ตอนแรกหลิ่วเทารู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ต่อมาเห็นว่าฟางเจิ้งแค่ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ไม่ได้ลงมารบกวนเขาเลย กระทั่งด้วยความที่เป็นเส้นทางภูเขาจึงมองไม่เห็นกัน เขาถอนหายใจโล่งอก เย้ยเยาะตัวเอง “เราคงคิดมากไปจริงๆ เขาเป็นนักบวช ไม่เอาผู้หญิง จะมาชอบผู้ชายแก่ๆ อย่างฉันได้ยังไง?”
คิดได้ดังนั้นหลิ่วเทาพลันนึกถึงคำพูดที่ถามฟางเจิ้งก่อนหน้าว่ายืนทำอะไร? อีกฝ่ายตอบว่ากำลังช่วยคน
แต่ว่าช่วยใคร?
คนที่มีวาสนาต่อกัน?
พอนึกถึงเหตุการณ์ตอนลงเขาที่ฟางเจิ้งชิดเขาตลอด หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีวาสนา?
‘ไม่มีทาง เขาเป็นนักบวช หรือว่าจะรู้อนาคต? อีกอย่างจะเกิดเรื่องอะไรกับฉันได้? จะหลอนไปเองไม่ได้…ถ้าตระหนกจะเกิดปัญหาเอาได้ง่ายๆ’ ถึงยังไงก็เป็นคนผ่านทาง ไม่นานก็คิดได้ หลิ่วเทาสงบจิตใจลง ทำงานปลอดภัย ทำสิ่งดี เขาไม่คิดว่าตนจะมีอันตรายอะไร
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันที่สามเกิดเสียงฟ้าร้องข้างนอก ฝนตกหนัก กลุ่มคนงานต้องหยุดงาน ตอนนี้เองหลิ่วเทาเห็นว่าหลวงจีนกลางเขาหายไปแล้วจึงโล่งอก แต่ก็ยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นพวก