ต้มตุ๋น บอกว่ายืนช่วยคน แต่ผ่านไปหลายวันแล้วไม่เห็นช่วยใครเลย แต่โดนฝนตกหนักจนหนีไปแล้ว…
หลิ่วเทาส่ายหน้าพลางพูดงึมงำ “หลวงจีนนี่น่าเอือมระอาจริงๆ”
ฝนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาเร็วไปเร็ว พายุพัดมา เมฆมา พายุพัดเมฆไปอีก สายลมพัดมาตลอดทางพร้อมกับฟ้าแลบ ดังเปรี้ยงปร้างแล้วก็จบลงเหมือนกับนิสัยของคนทางภาคเหนือ…
เมื่อสภาพอากาศแจ่มใส ทุกคนทยอยกันเดินออกมาจากห้องพักคนงานชั่วคราว เตรียมทำงานต่อ หลิ่วเทายกมือขึ้นป้องแดดเงยหน้ามองไปตามจิตใต้สำนึก มองไปทางภูเขาเอกดรรชนีไกลๆ กลางภูเขาเหมือนมีร่างเงาสีขาวนั้นเพิ่มมาอีก และยังเป็นตรงนั้น ทำแบบเดิม…
“เจ้านี่ยึดมั่นจริงๆ เจอแบบนี้แล้วทำไมไม่ไปอ่านคัมภีร์เพิ่มสักสองบท? แสร้งทำให้ดูลึกลับมันขายหน้าตัวเองเปล่าๆ ใครจะเชื่อเขา?” หลิ่วเทาพึมพำ
“อาจารย์ หลวงจีนนี่เอาเรื่องจริงๆ นะ ยึดมั่นใช้ได้” เซี่ยหมิงกล่าว
หลิ่วเทาส่ายหน้า “อย่าสนใจเขา เพิ่งฝนตก ขึ้นไปดูสภาพบนเขา เดี๋ยวหินโคลนถล่มจากฝนตกหนักจะเป็นอันตราย”
“ครับ” เซี่ยหมิงขานรับก่อนเรียกเสี่ยวเหลย จากนั้นสามคนขึ้นเขาไปอีกครั้ง
ไม่นานสามคนก็เห็นฟางเจิ้งยังคงยืนอยู่ข้างทาง
หลิ่วเทามองฟางเจิ้งพลางพูดด้วยความจนปัญญานิดๆ “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ไม่เห็นมีใครให้ท่านช่วยเลย รีบกลับไปเถอะครับ”
เซี่ยหมิงเอ่ยเช่นกัน “ใช่ ท่านมาอย่างนี้ทุกวันเหมือนกับเข้างานเลย มาเช้ากว่าพวกเราอีก ไปก็ไปช้ากว่าพวกเรา ท่านคิดจะทำอะไรกันแน