่?”
เสี่ยวเหลยพูดเช่นกัน “หลวงพี่ฟางเจิ้งรีบกลับไปเถอะ”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ยังส่ายหน้า “พวกโยม ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไปทำในสิ่งที่ควรเถอะ อาตมาจะยืนอยู่ตรงนี้”
สามคนจนปัญญาแล้ว อีกฝ่ายไม่ฟัง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่สนใจ สามคนเดินขึ้นเขาต่อไป แต่เส้นทางภูเขาแคบ สี่คนเรียงหน้ากระดานขึ้นไปไม่ได้ หลิ่วเทาเป็นอาจารย์ มีภาระหน้าที่รับผิดชอบ แน่นอนว่าต้องเดินนำหน้า เซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยเดินตามหลัง ชั่วขณะที่หลิ่วเทาจะเฉียดผ่านฟางเจิ้งนั้น…
แกรก…
เสียงหินแตกดังขึ้น จากนั้นตามด้วยเสียงโครม หลิ่วเทาร้องในใจว่าแย่แล้ว จะต้องเกิดเรื่อง! เขาแทบจะผลักฟางเจิ้งโดยไม่รู้ตัว! แต่พบสิ่งที่น่าตกใจคือผลักฟางเจิ้งไม่ไปราวกับหินใหญ่! ขณะเดียวกันฟางเจิ้งยกฝ่ามือขึ้นตบใส่อากาศ!
ได้ยินเพียงเสียงปัง หินใหญ่เท่าหัวคนสองคนถูกฟางเจิ้งใช้ฝ่ามือผ่า พังทลายลอยไปตกลงหน้าผา เศษหินที่เหลือทั้งหมดยังถูกตบปลิวไปในชั่วพริบตาที่ฟางเจิ้งโบกแขนเสื้อจีวร จากนั้นเก็บแขนเสื้อ ประนมสองมือสวดบทหนึ่งกับสามคนที่ตาค้างอ้าปากกว้าง “อมิตพุทธ โยมทั้งสามตามสบาย”
พูดจบฟางเจิ้งหมุนตัวเดินจากไป!
เห็นฟางเจิ้งหายเข้าไปในมุมเลี้ยวของเส้นทางภูเขา สามคนถึงได้สติกลับมา มองตากันพร้อมร้องด้วยความตกใจพร้อมกัน “ผู้วิเศษ!”
“นี่ใช่คนเหรอ? หินตกลงมาสูงขนาดนั้น ใช้ฝ่ามือเดียวฟันเละเลย!” เสี่ยวเหลยทำหน้าตาเหลือเชื่อ
เซี่ยหมิงเห็นชัดว่าฟางเจิ้งไม่ได้ขยับเลย ว