ขึ้นเขาครั้งนี้ สื่อต้าจู้จงใจปิดบังฐานะตัวเอง กลัวว่าฟางเจิ้งจะเป็นหลวงจีนปลอม เห็นเงินเขาแล้วจะวางยา แต่เขากลับพบว่าอีกฝ่ายมีลักษณะไต้ซือจริงๆ ไม่เอ่ยถึงเรื่องเงินเลยตั้งแต่แรก ช่วยเขาแก้ปัญหาแล้วก็ส่งเขากลับ ต้อนรับคนอย่างมีมารยาท มีความสามารถแต่กลับไม่หยิ่งยโส อ่อนโยนดั่งสายน้ำ ยิ้มประหนึ่งแสงตะวัน…เด็กแบบนี้ เขามองแล้วชื่นชอบใจ อยากให้เป็นลูกตนใจจะขาด แต่ว่า…พอนึกถึงลูกของเขาก็อยากจะด่าแม่สองที “เจ้านี่ไม่ไขว่คว้าอะไรเลย ขี้เกียจ ทำไมถึงชนะในกองทัพน้ำเชื้อเป็นล้านๆ ตัวได้นะ? หรือว่าตัวอื่นๆ จะแย่ยิ่งกว่า? รู้อย่างนี้แต่แรกน่าจะฟาดเขาใส่กำแพง…จะได้ไม่ต้องมาเป็นทุกข์แบบนี้”
สื่อต้าจู้กลับหมู่บ้านมาก็ตรงไปที่บ้านเพื่อนบ้านด้วยความปราดเปรียว ไม่นานก็ออกมาอีกครั้งถึงกลับไปบ้าน ผลักประตูไป เห็นสือเสี่ยวจู้นั่งอยู่บนโซฟา กำลังกินขนมดูทีวี ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ความโกรธในใจสื่อต้าจู้พุ่งพรวดขึ้น ทว่าก็ยังกดไว้ในช่วงสำคัญ สูดลมหายใจเข้าลึก นั่งลงข้างสือเสี่ยวจู้ “ลูก อาหลินเพื่อนบ้านเราให้ลูกไปช่วยงานหน่อยน่ะ”
“ครับ” สือเสี่ยวจู้ยืนขึ้นเดินออกไป
สือเสี่ยวจู้ไม่ได้ขี้เกียจจริงๆ เพียงแต่เขารู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่บ้านตนซื้อไม่ได้ ของเล่นอย่างพวกเครื่องบินหรือรถถังที่ลูกบ้านอื่นชอบอะไรพวกนั้น ตอนเด็กๆ แค่เขาออกปาก บิดาจะซื้อกลับมาให้เป็นกอง พอโตขึ้นก็เป็นแบบนี้ คนอื่นหาเงินสุดชีว