็ไม่กิน กินผักดองบ้างก็สบายดีเหมือนกัน”
“เด็กโง่นี่ ลูกอยู่ในวัยกำลังโตนะ!” หลิวไต้เฟินต่อว่า
แต่ภายใต้การควบคุมของฟางเจิ้ง หลี่เฮ่าเผิงจะกินได้ยังไง เขาปฏิเสธ หลิวไต้เฟินก็จนปัญญา ได้แต่ยอมแพ้แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แม่จะไปทำงานนะ ลูกนอนอีกหน่อยเถอะ พักผ่อนซะ จะได้เรียนสบายๆ”
หลี่เฮ่าเผิงพูดเสียงดังในใจทันที ‘หลวงจีนบ้า แม่ฉันบอกแล้วว่าให้ไปนอน ไอ้เวร รีบให้ฉันกลับไปนอนเดี๋ยวนี้! ฉันไม่ไปกวาดถนน!’
ทว่าร่างหลี่เฮ่าเผิงกลับเอ่ยไปในฉับพลัน “ผมก็จะไปด้วย”
“จะไปไหน? เพิ่งต้นใบไม้ผลิอากาศหนาวจะตาย อยู่บ้านดีๆ เถอะ” หลิวไต้เฟินตอบ
แต่ภายใต้การควบคุมของฟางเจิ้ง หลี่เฮ่าเผิงก็ยังจะดื้นรั้นจะไป เดินตามไปตลอดทาง หลิวไต้เฟินก็จนปัญญา เห็นจะได้เวลาเข้างานแล้วจะไปสายไม่ได้ เลยได้แต่ปล่อยหลี่เฮ่าเผิง คิดในใจว่า ‘เดี๋ยวออกไปหนาวก็คงกลับไปเอง’
ออกประตูบ้านมา ลมหนาวฤดูใบไม้ผลิพัดเข้าไปในคอเสื้อ หลี่เฮ่าเผิงตัวสั่นไปทั้งตัว ก่อนร้องโวยเสียงดังในใจ ‘หนาวมาก อากาศหนาวแบบนี้จะออกไปทำอะไรวะ? ฉันจะกลับบ้าน! ไอ้เวร ปล่อยร่างฉัน ให้ฉันกลับบ้าน!’
‘ก่อนดวงตะวันขึ้น นี่คือช่วงที่หนาวที่สุดของวัน แต่แม่ประสกฝ่าความหนาวแบบนี้ออกไปกวาดถนนหาเงินทุกวัน ส่งประสกเรียนหนังสือ กินข้าวซื้อเสื้อผ้า อาตมาเคยบอกแล้วนะว่านับจากวันนี้ไป ประสกต้องตามแม่ไปกวาดถนนทุกวัน ประสกไม่ยอมได้ ร้องโวยวายหนึ่งครั้งเท่ากับเพิ่มหนึ่งวัน!