ร้องสองครั้งเพิ่มสองวัน! ถ้าโวยวายจนอาตมาไม่พอใจ อาตมาจะให้ประสกกระโดดลงแม่น้ำดอกสน อาบน้ำเย็นจะได้ใจเย็นๆ’ เสียงฟางเจิ้งดังขึ้น
หลี่เฮ่าเผิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนตัวสั่น กระโดดลงแม่น้ำดอกสนในอากาศหนาวแบบนี้? คงจะไม่ได้ใจเย็น แต่ได้แช่แข็ง! เขาจึงไม่กล้าร้องโวยวายอีก แต่ก็ยังพูดต่อ ‘ฉันจะฟ้องแม่ฉัน’
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ ถึงยังไงก็ยังเป็นเด็ก พอเจอปัญหาก็ต้องไปหามารดา
หลี่เฮ่าเผิงรู้สึกถึงลมหนาวข้างนอก รู้สึกว่าจมูกใกล้จะแข็งแล้ว ก่อนมองไปยังมารดาที่โดนลมหนาวจนตัวสั่นเช่นกัน ทว่าเธอกลับไม่สนใจตัวเอง แต่หันกลับมาช่วยเขากระชับคอเสื้อก่อน วินาทีนั้น หลี่เฮ่าเผิงรู้สึกว่าบางสิ่งในใจถูกสัมผัส มันเจ็บปวดนิดๆ
ระหว่างทางสองคนไม่ได้คุยกัน หลี่เฮ่าเผิงตามมารดาไปเอาอุปกรณ์เช่นรถกวาดถนนกับไม้กวาดเป็นต้นมาบนถนน หลิวไต้เฟินกวาดพื้น หลี่เฮ่าเผิงมองดูอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง หลี่เฮ่าเผิงก็หยิบไม้กวาดที่เตรียมมากวาดพื้นตาม ไม้กวาดทำมาจากไผ่ ในหน้าหนาวไผ่จะโดนอากาศทั้งคืน ถือไว้จะหนาวยิ่ง กวาดไปสองสามครั้งจะไม่รู้สึกที่นิ้วมือแล้ว เมื่อเกิดหมอกยามเช้า ทั้งถนนจะขมุกขมัว แต่ดวงตาหลี่เฮ่าเผิงไม่เคยออกจากหลิวไต้เฟินเลย…
ส่วนหลี่เฮ่าเผิงร้องหนาว ร้องเหนื่อย ร้องลำบาก ร้องอยากกลับบ้านไม่หยุด…น่าเสียดายฟางเจิ้งไม่สนใจเขาเลย
วันแรกผ่านไปแบบนี้ เข้าสู่กลางคืน
“พรุ่งนี้ไปอีก” เสียงฟางเจิ้งพลันดังในควา