บโฆษณามั้ง?” จูหลินพลันตั้งสติกลับมา เช็ดน้ำตาตรงหางตาก่อนต่อว่ายกใหญ่
ขณะเดียวกัน ใต้คลิปวิดีโอยังมีข้อความจำนวนมาก แทบจะด่าแม่กันทั้งหมด
“อวี๋กว่างเจ๋อคนเจ้าเล่ห์ จะมาย้อมแมวขาย บอกว่าเป็นฉากหลุดมาเหรอ? นี่มันจงใจโฆษณาชัดๆ! แต่ว่าก็ดีมาก…”
“ฉันอยากจะด่าแม่ แต่เห็นแก่นางฟ้าหลี่เสวี่ยอิง ช่างหัวมันเถอะ”
“หลวงจีนนั่นเป็นใครน่ะ? หล่อมาก ฉันชอบแววตาที่ดูเป็นทุกข์นั่น ขอชื่อหน่อยสิ”
“ใช่ๆ หลวงจีนนั่นหล่อมาก ตอนที่โชว์จีวรขาวนะ หล่อระเบิด!”
“พวกผู้หญิงความรู้ตื้นเขินทั้งหลาย ไม่เคยเห็นฝีมือการแสดงของหลวงจีนเหรอ? แววตานั่นน่ะ จิ๊ๆ…ฉันร้องไห้เลย ไม่รู้ว่าร้องไห้ทำไม ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
“บ่อน้ำตาตื้นกันจังนะ ฉันไม่ร้องแต่ก็ต้องยอมรับว่าหลวงจีนนี่ต้องดังแน่ ฉันเริ่มรอดูเรื่องล่มเมืองแล้ว”
“นั่งรอเข้าฉาย”
“ขอชื่อหลวงจีนด้วย ขอที่อยู่…จากนี้เขาคือเทพบุตรของฉัน!”
……….
ไม่ผิดจากที่คิดไว้ มีคนด่าประณามอยู่แค่ไม่กี่คอมเมนต์ ที่เหลือเป็นผู้หญิงแต่งงานแล้วกับเกย์ที่มาขอชื่อ แต่ที่มากกว่านั้นคือชมหลี่เสวี่ยอิง ไม่สนว่าฟางเจิ้งจะทรงพลังแค่ไหน แฟนคลับหลี่เสวี่ยอิงต่างหากที่เป็นกำลังหลัก เพียงแต่ว่าฟางเจิ้งอาศัยโอกาสนี้โดดเด่นขึ้นมาเท่านั้น ทุกคนเลยจำเขาได้ คนที่มาสืบถามก็มากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน ในมหาวิทยาลัย พวกจ้าวต้าถงรวมตัวกันดูคลิปสั้นตรงหน้า
จ้าวต้าถงแสยะปากยิ้ม “ไม่นึกเลยนะว่าไต้ซือของเราจะขึ