นเจี๋ยถาม
หงเชียนสี่ “มีแค่คนไม่กี่คนจากกู้ภัย 120 ที่รู้เรื่องที่พี่ผีพรายช่วยเราไว้ จากนั้นพวกเราก็ไม่เคยพูดอีกเลย ในวัดไม่น่าจะมีใครรู้สิ แต่หลวงจีนรูปนั้นบอกลักษณะของพี่ผีพรายได้ ดูแล้วเรื่องนี้ออกจะลี้ลับไปหน่อย ที่นี่เป็นวัด ขอแค่พวกเราไม่ออกไป คนเยอะขนาดนี้ ไม่น่าจะมีอะไรหรอก”
หงเชียนเจี๋ยว่า “ถ้าอย่างนั้นไปดูไหม?”
หงเชียนสี่พยักหน้า “ไปดูกัน”
สองพี่น้องเดินไป มองตากันแวบหนึ่งแล้วตรงไปทางตะวันตก ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็พลันถอนหายใจโล่งอก ถ้าสองคนนี้อืดอาดแล้วผู้ชายคนนั้นไปแล้ว การจะชี้นำสองคนนี้อีกคงยาก เขาคิดในใจว่า ‘สองคนนี้น่าจะมีดวงดีในชีวิต ไม่อย่างนั้นคงไม่เชื่ออาตมาง่ายๆ แบบนี้’
หงเชียนสี่กับหงเชียนเจี๋ยเดินมาถึงทางทิศตะวันตก แต่กลับไม่ได้สนใจชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ชายวัยกลางคนนั่งอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ข้างหน้ามีต้นไม้เล็กต้นหนึ่ง บังระหว่างเขากับวิหารใหญ่พอดี คนที่ต่อแถวจุดธูปไหว้พระจะเห็นว่าที่ตรงนี้มีคนเหมือนกัน แต่จะเห็นหน้าตาท่าทางไม่ชัด
หงเชียนสี่กับหงเชียนเจี๋ยเดินมาถึงข้างกำแพง ก็ไม่เห็นว่ามีที่ไหนพิเศษ ส่วนคนคนนั้น สองคนนี้ก็ไม่ได้สนใจ
หงเชียนเจี๋ยยิ้มเจื่อน “พี่ ผมว่าเราโดนหลอกแล้วแหละ”
หงเชียนสี่พูดด้วยความจำใจ “น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่จะหลอกก็หลอกเถอะ ถือว่าเรามาเดินเล่น”
“แต่ผมอึดอัดนี่ เรื่องนี้เหมือนโดรนของเราเลย เห็นๆ อยู่ว่าสมบูรณ์แบบขนาดนั้นแต่ไม่เห