ะกลับไปจุดธูปไหว้พระ แต่พอได้ยินชายคนนี้ถามจึงหมุนตัวกลับมา คนคนนี้ดูคุ้นตานิดๆ แต่ก็แปลกตาเล็กน้อย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทว่านึกไม่ออก
เห็นสองคนมองมาด้วยแววตามึนงง ชายวัยกลางคนยิ่งมั่นใจว่าเด็กสองคนนี้น่าจะไม่รู้จักตน จึงวางใจลงได้
หงเชียนสี่ยังไม่ทันพูดอะไร น้องชายหงเชียนเจี๋ยก็ชิงพูดก่อน “แน่นอนครับ พวกเราพี่น้องพยายามมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่มีผลงานเอาออกมาโชว์ได้ น่าเสียดาย…เฮ้อ…”
หงเชียนสี่พูดเช่นกัน “ผมกับน้องนายชอบพวกเครื่องจักรกลตั้งแต่เด็กแล้ว พ่อเราเป็นวิศวกรเครื่องกล แต่เขากลับบ้านน้อยมาก ปีนั้นตอนที่พวกเราจบมัธยมปลาย พ่อก็…จากไปแล้ว พวกเราพี่น้องตัดสินใจว่าจะสานต่อปณิธานของพ่อ เลยเลือกเรียกสาขาที่เกี่ยวข้อง สามปีก่อนได้สัมผัสโดรนมาเยอะมาก จากนั้นมาก็ยิ่งชอบกว่าเดิม จนถึงตอนนี้พวกเราสร้างผลงานที่พอใจได้แล้ว แต่ว่า เฮ้อ…พังไปแล้วครับ”
พูดถึงตรงนี้ แววตาหงเชียนสี่หม่นหมองลง
หงเชียนเจี๋ยเงียบเช่นกัน
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อย “พุทธศาสนาบอกว่าได้เจอกันนั่นคือมีวาสนาต่อกัน เอาแบบนี้ พวกเธอสร้างแบบจำลองเครื่องหนึ่งใช้เงินเท่าไร นานแค่ไหน? พวกเธอวางแผนงานมาให้ฉัน ฉันจะให้ทุน ถ้าพวกเธอสร้างผลงานที่ทำให้ฉันว้าวได้จริงๆ ฉันจะลงทุนต่อให้อีก ว่ายังไง?”
พูดมาแบบนี้ หงเชียนสี่กับหงเชียนเจี๋ยอึ้งไปทันที ก่อนจะดีใจยกใหญ่ หงเชียนเจี๋ยพูดด้วยความตื่นเต้น “คุณอาพูดจริงเหรอครับ?”
“จริงสิ