หยางหวาหัวเราะเสียงดังพลางวิ่งออกไป ไม่นานก็ถือถุงใหญ่มากออกมา
ตอนนี้เอง ฟางเจิ้งรับกระดาษเงินกระดาษทองกับธูปไว้ไม่น้อยแล้ว ลิงถือสองถุง เดินเกาหัวตลอดทาง มันไม่เข้าใจว่าของพวกนี้กินไม่ได้สักหน่อย เจ้าอาวาสจะเอาไปทำอะไร?
พวกซ่งเอ้อร์โก่วกำลังคุยเรื่อยเปื่อยกับฟางเจิ้ง ก็พลันได้ยินเสียงหยางหวาตะโกนว่า “หลบไปๆ หลวงพี่ฟางเจิ้ง ขาดเหลืออะไรบนเขาเดี๋ยวผมเหมาจัดการให้หมดเอง!”
ซ่งเอ้อร์โก่วเป่าปากทันที พูดยิ้มๆ ว่า “ว้าว เศรษฐีหยางมาแล้ว หลวงพี่ฟางเจิ้ง นี่เรียกว่าเกทับกันจริงๆ นะ ตอนนี้เจ้านี่เป็นเศรษฐีในหมู่เศรษฐีแล้ว ถ้าไม่รับไว้จะน่าเสียดายนะ”
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ “อาตมาก็อยากเหมือนกัน แต่เป็นกฎของอาจารย์ จะไม่รับของครอบครัวหนึ่งมากเกินไป คงจะรับไว้ไม่ได้”
หยางหวายัดธูปกับกระดาษเงินกระดาษทองให้ฟางเจิ้ง “เอาไปมากหรือน้อยมันแค่ตรงข้ามกันเท่านั้น เมื่อก่อนครอบครัวผมยากจนก็ให้ท่านน้อย ตอนนี้ล่ะ เหอะๆ…” พูดถึงตรงนี้ หยางหวารู้สึกกระดากอายแล้ว
ชาวบ้านรอบๆ ต่างพากันหยอกล้อว่าเศรษฐีหยางอย่างนู้นอย่างนี้ เจ้าของที่ดินหยางมาแล้ว ทำเอาหยางหวาหน้าแดง ด่ายิ้มๆ ว่า “อะไรกันวะนั่น หลวงพี่ฟางเจิ้ง ผมตุ๋นไก่ไว้ในหม้อน่ะ ต้องรีบกลับแล้ว ท่านจัดการเองแล้วกันนะ ไปล่ะครับ…”
เอ่ยจบหยางหวาก็วิ่งไป ทุกคนหยอกล้ออีกครั้ง “เป็นชนชั้นเศรษฐีจริงๆ มื้อเช้ากินซุปไก่ มื้อเย็นไม่ตุ๋นหงส์เลยรึไงเนี่ย?”
“ฮ่าๆ…”
…………
ฟาง