ไปทุกบ้าน ปกติแล้วจะเดินจากฟ้าสว่างจนฟ้ามืด ระหว่างนั้นไม่เวลาพักไม่เท่าไร แค่วันเดียวนักบวชที่แข็งแรงยังปวดเอวปวดหลังเสียงแหบ หลวงจีนหนึ่งนิ้วจะทนไหวได้ยังไง
เมื่อตอบรับคำเชิญจากพวกชาวบ้านแล้ว ฟางเจิ้งถึงพาเจ้าลิงกลับขึ้นเขาไป
ระหว่างทาง ในที่สุดลิงก็อดไม่ไหว ถามขึ้นว่า “เจ้าอาวาส นายเอากระดาษเยอะขนาดนี้กลับไปทำอะไร?”
“นี่เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของมนุษย์ และก็เป็นรูปแบบการเซ่นไหว้อย่างหนึ่งของคนที่ยังอยู่ต่อคนที่ล่วงลับไปแล้ว คนที่ยังอยู่ต้องใช้เงินซื้อข้าวของต่างๆ เพื่อดำรงชีวิตใช่ไหม ผู้คนเชื่อว่าเมื่อคนลาลับจากโลกแล้วจะไปอีกโลกหนึ่ง บรรพบุรุษอยู่ที่นั่นก็ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อดำรงชีวิตเช่นกัน กระดาษเงินกระดาษทองที่เราถืออยู่นี่คือเงินของอีกโลกนั้น พวกเราเผาเงินไปก็เท่ากับกตัญญูต่อพวกเขา ทำแบบนี้หนึ่งเป็นการเคารพและกตัญญูต่อบรรพบุรุษ สองเพื่อฝากความคิดถึงของตนไว้” ฟางเจิ้งอธิบายอย่างอดทน
“แต่ฉันเห็นคนจะให้กระดาษเงินกระดาษทองสวยๆ พวกนั้นกับนายตั้งเยอะแยะ ทำไมนายไม่เอาล่ะ?” เจ้าลิงกลัดกลุ้มมาก นอกจากเงินกระดาษพวกนั้นแล้ว ยังมีเงินหยวนเป่า รถคันเล็ก หรือพวกเสื้อผ้า ดูสวยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าบอก “ในสมัยโบราณกระดาษเงินกระดาษทองต่างหากคือเงินที่ใช้ในปรโลกได้จริง แต่กระดาษเงินสวยๆ ที่นายพูดถึงบอกไม่ได้ว่าเป็นเงินในปรโลก น่าจะเรียกว่าเงินปลอมในโลกนั้นมากกว่า นี่เป็น