ารเพิ่มภาระให้คนอื่น
ฟางเจิ้งเดินไป ซุนเฉียนเฉิงตะเบ็งเสียง “หลวงพี่ฟางเจิ้งลงเขามาบิณฑบาตแล้ว!”
ซ่งเอ้อร์โก่วที่กำลังกวาดถนนโยนไม้กวาดทิ้งแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน ไม่นานก็หอบถุงใหญ่วิ่งออกมาต้อนรับฟางเจิ้ง
ส่วนเศรษฐีหยางหรือหยางหวากำลังตุ๋นซุปไก่ในบ้าน เพิ่งยัดฟืนเข้าไปในเตาไฟก็เห็นตู้เหมยออกมา เตะเข้าไปทีหนึ่ง “คุณหูหนวกรึไง? ฟางเจิ้งลงเขามาบิณฑบาตแล้ว คุณมีเงินแล้วทำไมไม่โชว์บ้างล่ะ? อย่าลืมนะ เราขอลูกจากวัดมา แม้แต่รางวัลที่คุณถูกยังเป็นเพราะคำของหลวงพี่ฟางเจิ้งเลย”
หยางหวาตอบกลับเศร้าๆ “ผมรู้ ผมรู้อยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ได้ยิน แต่นี่ลูกเรานะ อย่าเตะมั่วซั่วได้ไหม ถ้าไปกระเทือนเจ้าตัวน้อยของเราจะทำยังไง?”
“เป็นคนดีจังเลยนะ ฉันเป็นคนโอหังขนาดนั้นเลยรึไง? จะบอกให้นะ ถ้าคุณไม่ห้ามฉันไว้ งานทุกอย่างในบ้านไม่มีวันถึงมือคุณหรอก” ปากตู้เหมยด่าก็จริง แต่แววตากลับอ่อนโยน มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้มีลูกแล้ว แถมมีเงินอีกด้วย ตอนนี้ชีวิตกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ความรักสามีภรรยาก็ดี จึงรู้สึกว่าตนโชคดีมาก
หยางหวาหัวเราะแห้งๆ “รู้จ้ะรู้ เมียผมเก่งที่สุดแล้ว เดี๋ยวผมจะออกไป คุณรอเดี๋ยวนะ อย่าขยับมากล่ะ นอนได้ก็นอนอย่านั่งเลย…”
“ไปให้พ้นเลย!” ตู้เหมยด่าว่า