วงเกาหลันแล้ว จึงค่อยขยับความคิด
หวงเกาหลันรู้สึกว่าโลกตรงหน้าพังทลายลง เธอมาอยู่บนยอดเขา เห็นตัวเองกับเว่ยซูเฉียวในช่วงวัยรุ่นขึ้นเขามาด้วยกัน ทั้งยังตะโกนเสียงดัง “ซูเฉียว ดูนั่นสิ ตรงนั้นเหมือนมีเห็ดหลินจือด้วยนะ”
เว่ยซูเฉียววิ่งเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น…
“อย่านะ! อย่าผลัก!” หวงเกาหลันตะโกนสุดชีวิต เธอตะโกนแบบนี้หลายครั้งแล้วในยี่สิบปีมานี้ แต่เธอรู้ว่าไม่มีประโยชน์!
ไม่ต่างจากที่คิด หวงเกาหลันยังยื่นมือผลักไป!
“อมิตาพุทธ!” ตอนนี้เอง เสียงสวดดังขึ้น มีนักบวชรูปหนึ่งปรากฏกายกลางอากาศ ยืนอยู่บนดอกบัว มองหวงเกาหลันด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“ฟางเจิ้ง?” หวงเกาหลันตะลึงงัน
“สีกา ตอนนี้รู้สำนึกรึยัง?” ฟางเจิ้งถาม
หวงเกาหลันคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้โฮเสียงดัง “ฉันรู้สำนึกแล้ว ฉันสำนึกผิดตั้งนานแล้ว ยี่สิบปีมานี้ฉันฝันร้ายแทบทุกคืน ฉันอยู่กับเจี่ยงซง แต่เขาไม่เคยมีความสุขเลย จะออกไปรับจ้างทุกปี กลับมาเห็นหน้าฉันก็ทำท่าเหมือนคนตาย ฉันไม่รู้ว่าเขารู้ว่าฉันเคยทำอะไรมาบ้างไหม แต่ฉันรู้ว่าเขาต้องเดาอะไรได้แน่ พวกเราไม่มีลูกกันมาตลอด ไม่ใช่เพราะฉันมีลูกไม่ได้ แต่เพราะเขาไม่เคยแตะต้องฉันเลยต่างหาก!
ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาไม่เคยแตะต้องฉัน ฉันกลัวเสียหน้า เลยบอกไปว่ามีลูกไม่ได้ และเพื่อแกล้งทำให้เนียนกว่าเดิม ฉันเลยหาสูตรยาลับ ไหว้พระขอพรตามที่ต่างๆ…
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ใครที่ไหนบ้างแต่