ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็อึ้งไป วัดนี้ของเขาไม่กล้าพูดเรื่องอื่น แต่เรื่องขอลูกน่าจะสัมฤทธิผลสิ ทำไมถึงไม่สัมฤทธิผลล่ะ?
ฟางเจิ้งพอรู้จักหวงเกาหลันอยู่บ้าง ถึงยังไงญาติโยมส่วนใหญ่ที่มาวัดก็เป็นคนจากหมู่บ้านใกล้เคียง ตอนเด็กยังเคยไปเล่นในหมู่บ้านพวกนั้นบ่อยๆ ย่อมไม่รู้สึกแปลกตาหวงเกาหลัน ทั้งยังรู้ชื่อแซ่เธอด้วย ตอนแรกหวงเกาหลันมาอย่างรีบร้อน ใช้ธูปชั้นดี วางเงินสองร้อยหยวน โขกศีรษะแล้วจากไป ตอนนั้นฟางเจิ้งยังคิดว่าเธอมีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า…ตอนนี้มานึกดูแล้ว แปดส่วนคงเป็นเพราะนิสัยนี่เอง
“ระบบ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” ฟางเจิ้งถาม
แต่ระบบไม่สนใจเขาเลย
ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว มองหวงเกาหลันที่ทำหน้าตาน่ากลัว หลายคนข้างหลังก็ไม่ต่างกัน แต่ละคนแววตาราวกับหมาป่าหิวโหย ถ้าไม่ใช่เพราะหมาป่าเดียวดายคุมเชิงไว้ ไม่แน่ว่าคนพวกนี้อาจจะทุบตีเขาจริงๆ หรือไม่ก็พังวัดไปแล้ว ฟางเจิ้งประนมสองมือกล่าวว่า “อมิตาพุทธ อาตมาไม่เคยพูดเลยว่าขออะไรก็ได้ อาตมาบอกแค่ว่าเพียงมีความจริงใจก็จะสัมฤทธิผล”
“จริงใจ? ฉันยังไม่จริงใจพออีกเหรอ จุดธูปที่ดีที่สุดก็แล้ว จะเอายังไงอีก? ไอ้คนที่จุดธูปธรรมดาท้อง แต่ฉันกลับไม่ท้อง? ถ้าวันนี้ไม่อธิบายมานะ บอกเลยว่าแกอย่าได้คิดจะเปิดวัดอีกเลย ฉันจะนั่งอยู่หน้าประตูนี่ ดูซิว่าใครจะกล้าเข้าไปจุดธูป!” หวงเกาหลันตะโกนเสียงดัง
อีกสี่คนพูดสนับสนุน เอ่ยข่มขู่พร้อมกัน “ถ้าไม่อธิบายพวกเรามา วันนี้จะไม่