มีใครได้เข้าวัดทั้งนั้น!”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าบอก “จริงใจหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่จุดธูปอะไร แต่อยู่ที่สีกาขออย่างจริงใจหรือเปล่า”
“ฉันอายุสี่สิบกว่าแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีลูกสักคน แกว่าฉันขอไม่จริงใจเหรอ ฉันไม่จริงใจแล้วจะมาวัดพังๆ ของแกทำไม?” ดวงตาหวงเกาหลันมีไฟลุกโชน ตะคอกต่อว่า
ฟางเจิ้งกังวลในใจจริงๆ แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ขออย่างจริงใจคงไม่มาก่อเรื่องที่นี่ ดูแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ ในใจเขาเกิดความคิด เนตรปัญญาเปิดออก!
ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้งทันที เห็นว่าบนตัวหวงเกาหลันมีควันดำวนเวียนอยู่ นี่คือผลจากแรงกรรมที่พัวพันร่าง ผู้หญิงคนนี้จะต้องทำเรื่องโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมมาแน่นอน! คนที่มีแรงกรรมพัวพันร่างราวผีร้ายแบบนี้ พระโพธิสัตว์ที่ไหนจะปกป้อง จะให้ลูกแก่เธอ?
ฟางเจิ้งรู้ ในโลกนี้การให้บุตรไม่ใช่หน้าที่ของเทพเจ้า ดังนั้นที่ไม่ตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผลจากกรรมเสมอไป แต่ทำความชั่วแล้วกลับไม่สำนึก ใช้บุญกุศลชดเชยแรงกรรม คนแบบนี้ขอเทพเยอะแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งก็ทำหน้าเย็นชา “สีกา แค่มองฟ้า”
หวงเกาหลันเงยหน้ามองฟ้า ถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “ฟ้ามันทำไม?”
“คนกระทำ สวรรค์กำลังมอง ไม่ใช่ไม่ตอบรับ แต่ยังไม่ถึงเวลา อมิตาพุทธ…ถ้าพวกโยมอยากรอที่หน้าประตูวัดก็เชิญเถอะ”
พูดจบฟางเจิ้งปิดประตูวัดเอกดรรชนี ขี้เกียจจะสนใจพวกเขา คนดีได้ดี คนชั่วก็อยากได้ดีเหมือนกัน บนโลกมีเรื่องดีๆ แบ