หมาป่าเดียวดายเห็นฟางเจิ้งเอาจริงจึงรีบหมุนตัววิ่งหนีไป ลิงวิ่งตาม แต่มันวิ่งบนพื้นไม่เร็วนัก
สุดท้ายฟางเจิ้งนำหน้ามาคุกเข่าอยู่หน้าพระพุทธรูปหน้าอุโบสถ หมาป่า ลิงและกระรอกคุกเข่าตาม กระรอกกับลิงยังดี คุกเข่าขาสองข้างน้ำหนักไม่เยอะ แต่หมาป่าจะร้องไห้ นี่สร้างความลำบากใจให้มันจริงๆ เลย!
ฟางเจิ้งกล่าว “พวกนายสามคนมีสติปัญญาแล้ว แต่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยสัตว์ โดยเฉพาะเจ้าลิง นายชอบขโมยของตอนอยู่วัดเมฆาขาว ตอนนั้นนายเป็นลิงป่า ไม่มีคนสนใจหรือสอนนาย แต่ตอนนี้เข้าวัดเอกดรรชนีแล้ว นายคือศิษย์ของอาตมา อาตมาสอนไม่ดีก็เป็นความผิดของอาตมา”
กองถ่ายไปแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจบแล้ว แต่ฟางเจิ้งพบว่าบางเรื่องยังไม่จบ
อย่างเช่นความฉงนที่ฆ่าหรือไม่ฆ่าที่ยังไม่ไข อย่างเช่นความผิดครั้งนี้คือความผิดของลิงหรือของเขากันแน่? สุดท้ายก็รู้ว่าความคิดไม่ได้อยู่ที่ลิง ถึงลิงจะฉลาดมีไหวพริบ แต่ก็ยังเป็นสัตว์ สัตว์มีความอยากรู้อยากเห็นมาก จะสนใจหรือว่าหยิบของอะไรมา? มันสนแค่ว่าสนุกน่าสนใจหรือไม่ก็เท่านั้น
ผู้ไม่รู้ไม่ผิด ฉะนั้นความผิดจึงเป็นของเขา สั่งสอนไม่ถูกต้องเดิมทีเป็นความผิด เกิดความผิดพลาดขึ้นกลับไม่ได้ตัดสินโดยเร็วโดยการส่งของกลับไป แต่เลือกซ่อนของเพราะความกระดากอายระหว่างชายหญิง แม้ต่อมาจะเข้าใจก็เถอะ แต่ก็สายเกินไป ผิดเป็นครู ผ่านประสบการณ์ครั้งนี้แล้วเขาได้เข้าใจหลักการอะไรมากมาย
แต่ความผิดก็คือความผิด จะปล