่อยเพราะมันผ่านไปแล้วไม่ได้
ฟางเจิ้งกล่าว “พวกนายสามคนฟังให้ดี จากนี้ห้ามแตะของที่ไม่ใช่ของตัวเอง เข้าใจไหม?”
หมาป่าเดียวดายกับกระรอกพยักหน้ารัวๆ สื่อว่าเข้าใจและรู้สำนึกแล้ว
ลิงได้ยินดังนั้นจึงพูดด้วยความคับอกคับใจ “ตอนฉันอยู่วัดเมฆาขาวไม่เห็นมีใครบอกว่าหยิบไม่ได้ ทำไมมาที่นี่แล้วถึงถูกจำกัดเยอะแบบนี้ล่ะ?”
ฟางเจิ้งหันไปมองลิง “อาตมาแอบขโมยลูกท้อที่นายเด็ดมาได้ไหม?”
“ไม่ได้อยู่แล้ว” ลิงตอบ
“ทำไมถึงไม่ได้?” ฟางเจิ้งถามกลับ
“ก็เพราะฉันเด็ดมา มันเป็นของฉัน นายจะขโมยไปได้ยังไง” ลิงพูดอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งยิ้มนิดๆ “แล้วนายเอาของคนอื่นไปได้? อย่าทำในสิ่งที่เราไม่ชอบกับคนอื่น นายไม่อยากลำบาก แล้วทำไมถึงให้คนอื่นเขาลำบาก? เจ้าลิง นายอยากไปที่ไหนก็ถูกคนปารองเท้าใส่หรือว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนส่งลูกท้อให้?”
ลิงอึ้งไป เกาก้นแล้วตอบ “ก็ต้องลูกท้อสิ”
“คนที่ให้ผู้อื่นมีความสุขถึงจะมีคนส่งลูกท้อให้ คนที่สร้างความลำบากให้คนอื่นจะถูกคนปารองเท้าใส่ วันนี้นายอยู่ในอุโบสถ อาตมาจะคิดเป็นเพื่อน คิดออกเมื่อไรก็ไปได้เมื่อนั้น” ฟางเจิ้งพูด
เจ้าลิงงงงวย เกาก้นพลางถาม “แล้วข้าวล่ะ?”
“คิดออกเมื่อไรก็กินข้าวเมื่อนั้น” ฟางเจิ้งตอบ
“หา…ได้ยังไงกัน?” ลิงร้อนใจแล้ว
ฟางเจิ้ง “นายคุกเข่าหนึ่งวัน อาตมาคุกเข่าสองวัน นายคุกเข่าสองวัน อาตมาคุกเข่าสี่วัน”
พอฟางเจิ้งลงโทษตัวเองเป็นสองเท่าแบบนี้ ลิงก็ไม่รู้จะโต้ตอบยังไง ได้แต