่คุกเข่าอย่างว่าง่าย ตรึกตรองไป เพียงแต่ว่าถึงมันจะรู้ว่าตนทำผิด แต่ก็ยังดื้อรั้น ยังงึมงำอยู่ในใจ ‘เอาก็เอาไปแล้ว จะมาว่าฉันทำไม…’
ฟางเจิ้งไม่สนลิง เขาให้หมาป่าเดียวดายกับกระรอกคุกเข่าช่วงเช้าแล้วก็ให้เจ้าสองตัวนี้ออกไป ถึงยังไงสองตัวนี้ก็เป็นเพียงผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งยังสำนึกผิด มีทัศนคติดีน่าพอใจ แต่ลิงหัวแข็ง คุกเข่าช่วงเช้าจนปวดเข่าไปหมด ขยับไปมา แต่เป็นตายยังไงก็ไม่ยอมสำนึกผิด
ฟางเจิ้งไม่รีบ ลิงไม่สำนึกเขาก็จะอยู่เป็นเพื่อน มิหนำซ้ำตัวเขาเองก็กำลังใคร่ครวญถึงความผิดของตนด้วย…
‘การบำเพ็ญเพียรยังไม่พอ พอเจออะไรเข้าก็ตระหนก ปั่นป่วนเจตนาเดิม มักจะคิดแค่ปิดบังให้ผ่านๆ ไป แต่กลับลืมไปว่าสวรรค์รู้เห็นแต่ไม่เปิดเผย ทำผิดแล้วจะหลบได้ยังไง?’ คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งก็พบว่าตนไม่ได้ทำผิดแค่อย่างเดียว!
นึกถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจ ยืนขึ้น “ลิง ไปเถอะ”
ลิงอึ้งไป กล่าว “เจ้าอาวาสจะไปไหน? ไม่ต้องคิดแล้วเหรอ?”
“ตามอาตมาลงเขา” ฟางเจิ้งตอบ
“ลงเขา?” ลิงงง
“ลงเขาไปสำนึกผิด” ฟางเจิ้งพูดพลางเดินออกจากอุโบสถ
ลิงพูดด้วยความไม่เข้าใจ “มันเป็นอดีตไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ผ่านไปแล้วก็จริง แต่จิตใจยังผ่านไปไม่ได้ เจ้าลิง นายคิดว่าสิ่งที่ทำมันถูกเลยจิตใจสงบอย่างนั้นหรือ?” ฟางเจิ้งถาม
ลิงเกาก้นโดยไม่รู้ตัว “ก็ประมาณนั้น…”
ตรงตีนเขา พวกคนกองเก็บของกันแล้ว เตรียมจะออกเดินทางตอนเย็น แต่ละคนนำอุปกรณ์การแสดงและพวกเสื้อผ้าขึ