ชั่วขณะที่พวกเขาคุยกัน หลี่เสวี่ยอิงขยิบตาให้ฟางเจิ้งเงียบๆ เหมือนกำลังพูดว่า ‘อย่าลืมขอบคุณฉันล่ะ’
จากนั้นหลี่เสวี่ยอิงว่า “เอาล่ะ ทุกคน วัดเป็นแดนเงียบสงบ พวกเราออกไปคุยเรื่องอื่นกันข้างนอกดีกว่า”
ดังนั้นกลุ่มคนจึงถูกหลี่เสวี่ยอิงพาออกไป
ฟางเจิ้งเห็นไปกันแล้วจึงถอนหายใจโล่งอก ยังรู้สึกกลัวๆ กลับเรื่องที่ผ่านมา!
ถึงเขาจะไม่ใช่คนทำ แต่บอกว่าลิงทำใครจะเชื่อ? จะให้ทุกคนเข้ามาสื่อสารกับลิงเพื่อยืนยันความฉลาดของมันและว่าเป็นขโมยก็ไม่ได้มั้ง? ถึงตอนนั้นคงยากจะไม่มีเอี่ยวด้วย อย่างหนักคงติดคุกสองสามวันก็ปกติ ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไปชื่อเสียงคงเหม็นโฉ่ว…
หลังผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ฟางเจิ้งนั่งลงกับพื้นประหนึ่งปล่อยวางภาระหนักอึ้งลง มองลิง หมาป่าเดียวดาย กระรอกที่ยักคิ้วหลิ่วตาข้างๆ
ฟางเจิ้งตบหัวพวกมันจนเจ้าสวมตัวนี้กุมหัว น้ำตานอง “พวกนายสามคนไม่ต้องกินข้าวเย็นวันนี้! พิจาณาตัวเองด้วย! อืม…อาตมาก็ต้องพิจารณาตัวเองเหมือนกัน หิวด้วยกัน! จากนี้ถ้าทำผิดอีกจะหิวหนึ่งวัน!”
พอพูดว่าหิวฟางเจิ้งก็หิวจริงๆ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย นี่จะเที่ยงแล้ว ถ้าไม่กินอีกได้หิวทั้งวันแน่ๆ เลยรีบปิดประตูวัดแล้วทำอาหารกิน
ตกเย็นหลี่เสวี่ยอิงหยิบสัมภาระเข้ามาในวัด เก็บชุดชั้นในเหล่านั้นไป ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังหลี่เสวี่ยอิงพลางประนมสองมือ “ขอบคุณสีกามากนะ”
หลี่เสวี่ยอิงหันกลับมายิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะหลวงพี่ฟางเจิ้ง พวกเราเ