หลี่เสวี่ยอิงได้ยินดังนั้นก็หยั่งเชิงลองออกแรงเหยียบดู รู้สึกว่าที่รองเท้าไม่ใช่มือ แต่เป็นดั่งแผ่นดินแข็งทนทาน มั่นคงมาก! เธอถึงวางใจหย่อนเท้าอีกข้างลงไป
ฟางเจิ้งสวดมนต์อยู่ในใจ พยยามไม่มองกางเกงหนังรัดรูปที่ร่างออกมาเป็นร่างโค้งสมบูรณ์แบบ เขาเบนความสนใจไปยังเท้าสองข้างของหลี่เสวี่ยอิง สองมือค้ำยันอย่างมั่นคง หลี่เสวี่ยอิงประคองต้นไม้พลางค่อยๆ หย่อนลงมา สุดท้ายลงพื้นอย่างปลอดภัย
ทุกขั้นตอนฟางเจิ้งแทบจะไม่ได้สัมผัสเธอเลย นี่ทำให้หลี่เสวี่ยอิงปลงอนิจจังอีกครั้ง ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะตั้งใจสั่นมือแล้วฉวยโอกาสเข้ามากอด แต่หลวงจีนนี่เป็นสุภาพบุรุษจริงๆ…
นึกถึงสุภาพบุรุษ หลี่เสวี่ยอิงพลันนึกถึงเสื้อในของตน “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านไม่แปลกใจเหรอคะว่าทำไมฉันถึงปีนต้นไม้?”
ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ “อมิตาพุทธ อาตมารู้ว่าสีกาปีนทำไม” เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ฟางเจิ้งก็รู้ว่าอาจจะปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ได้แล้ว ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้ทำ ในเมื่อเจอแล้วก็บอกความจริงเลย
“เอ่อ…หลวงพี่รู้?” หลี่เสวี่ยอิงอึ้งไป เธอไม่นึกเลยว่าฟางเจิ้งจะเป็นโจรขโมยกางเกงในจริงๆ คิดว่ากระรอกน้อยขโมย บางทีอาจเก็บชุดชั้นในของเธอได้เลยแอบยัดเข้าไปในโพรง ฟางเจิ้งไม่รู้ แต่ตอนนี้เรื่องราวเหมือนจะไม่ใช่แบบนี้แล้ว
ฟางเจิ้งถอนหายใจ “สีกามากับอาตมา”
หลี่เสวี่ยอิงมองเงาแผ่นหลังฟางเจิ้งพลางเดินตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเข้าไปหลังวัดก็เห็นหมาป่าเดียว