ป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”
ฟางเจิ้งงงงัน เพื่อน? เขาเกือบลืมคำนี้ไปแล้ว ตอนเรียนหนังสือเคยมีเพื่อนอยู่หลายคน แต่พอเขาออกมาก็หายไปหมด ส่วนชาวบ้านตรงตีนเขาเป็นญาติพี่น้อง ไม่นับว่าเพื่อน ส่วนบนเขา ที่นับว่าเป็นเพื่อนได้ก็มีลิง หมาป่าและกระรอก
หลี่เสวี่ยอิงพูดคำว่าเพื่อนกับเขาอย่างกะทันหัน ในใจฟางเจิ้งเกิดระลอกกระเพื่อม
หลี่เสวี่ยอิงเห็นฟางเจิ้งเงียบจึงคิดว่าฟางเจิ้งไม่ยอมรับเธอ เลยยิ้มเจื่อนๆ “ขอโทษค่ะ ฉันบุ่มบ่ามไป”
ฟางเจิ้งเห็นแววตาผิดหวังของหลี่เสวี่ยอิงจึงตั้งสติได้ ยิ้มพูด “เป็นเพื่อนกันจริงๆ”
เงาแผ่นหลังหลี่เสวี่ยอิงสั่นนิดๆ ครั้งนี้ไม่ได้หันกลับมา แต่เดินหน้าไปอย่างสดใสพลางว่า “ถ้ามีโอกาสฉันจะมาเยี่ยมท่านอีกนะ”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “อมิตาพุทธ”
ส่งหลี่เสวี่ยอิงแล้ว ก็ถือว่าส่งปัญหากองนั้นไปด้วย เขาเลยโล่งอกจริงๆ
วันที่สอง ในที่สุดนักแสดงมือเก๋าที่รอคอยมาถึง ทั้งกองถ่ายยุ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกันวัดฟางเจิ้งก็ยุ่งเหมือนกัน ได้ยินว่าจะถ่ายหนังกันที่นี่ ชาวบ้านแปดหมู่บ้านในสิบลี้รีบมาดูกัน แต่กองถ่ายไม่ให้ดู พวกเขาเลยให้เหตุผลว่าจะมาจุดธูปไหว้พระบนเขา มองไกลๆ ก็มีความสุขเหมือนกัน
แต่หลักๆ แล้วชาวบ้านเหล่านี้จุดธูปธรรมดา ก่อนยัดเงินสองหยวนใส่ไว้ในกล่องบริจาค รีบไปจุดธูปก่อนออกไปดูถ่ายหนัง ถึงช่วงท้ายคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่บ้านเองก็จัดการอะไรไม่ได้ สุดท้ายจึงปิดภูเขา
วัดฟางเจิ้งกลับมามีค