ติศาสตร์
ตอนนี้เองเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ตามด้วยตำรวจสองนายเดินเข้ามาพร้อมกับหวังโอ้วกุ้ยและอวี๋กว่างเจ๋อ
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านอยู่ก็ดีแล้ว” พอเจอหน้า หวังโอ้วกุ้ยเรียกไว้
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “พวกโยมมีเรื่องอะไรกัน?”
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง คืออย่างนี้ครับ…” อวี๋กว่างเจ๋อเล่าเรื่องชุดชั้นในหายในตอนเช้าง่ายๆ รอบหนึ่ง ฟางเจิ้งรู้นานแล้ว แต่ก็ยังอดทนฟังจนจบ
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง พวกเราตรวจที่อื่นๆ มาหมดแล้ว เอ่อ ถ้าสะดวกพวกเราอยากจะเยี่ยมชมวัดท่าน” ตำรวจนามลวี่เหลียงยิ้ม เขาตามมาตอนคดีครั้งก่อนด้วยเลยได้เรียนรู้มาบ้าง ไม่บอกว่าตรวจค้น แต่เยี่ยมชม
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อน “ไม่ต้องค้นหรอก อาตมารู้เรื่องนี้แล้ว ความจริง…”
ฟางเจิ้งเตรียมจะสารภาพ เขาคิดได้นานแล้วย่อมบอกความจริง แต่ตอนนี้เองมีคนพูดแทรก
“ผู้กำกับอวี๋ ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ตำรวจสองท่าน ฉันมาเยี่ยมชมวัดก่อนพวกคุณไปก้าวหนึ่งน่ะ ดูข้างในข้างนอกหมดแล้ว หลวงพี่ฟางเจิ้งเป็นนักบวชแท้จริง ฉันเชื่อคุณธรรมของเขา และยินดีที่จะรับรองให้เขาด้วย” ขณะพูดอยู่นี้ หลี่เสวี่ยอิงพาหมาป่าเดียวดายออกมา กระรอกนั่งบนบ่าและลิงสวมชุดนักบวชเดินตามหลังมาด้วยท่าทางเหมือนฟางเจิ้งข้างหลัง
เห็นแบบนั้นอวี๋กว่างเจ๋อ หวังโอ้วกุ้ยและพวกตำรวจอึ้งไป นี่มันอะไรกัน? ดาราชื่อดังระดับนานาชาติช่วยพูดให้ฟางเจิ้ง?
ลวี่เหลียงยิ้ม “คุณหลี่ มั่นใจนะว่าคุณตรวจแล้ว?”
หลี่เสวี่ยอิงตอบ “แน่นอน