วี่ยอิงไม่รู้ว่าตรงหน้านี่ต่างหากที่เป็นหัวหน้าขโมย จึงถอนหายใจเศร้าๆ “ข้างนอกวุ่นวายจนว้าวุ่นใจไปหมด ฉันมาหลบหาความสงบ ได้ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งอยากบอกมากว่า ‘ไม่ได้ ออกไป!’
แต่ถ้าเอ่ยออกไปอาจจะเผยพิรุธ ได้แต่ฝืนยิ้ม “อย่างนี้เอง ถ้าอย่างนั้นสีกาเชิญตามสบาย อาตมาขอตัวก่อน”
“ค่ะ ฉันจะพักสักเดี๋ยว ไม่รบกวนไต้ซือหรอกค่ะ” หลี่เสวี่ยอิงพยักหน้า
ฟางเจิ้งกำลังจะไป ดวงตาพลันเบิกโต เห็นบนกำแพงข้างหลังหลี่เสวี่ยอิงมีกระรอกตัวหนึ่งถือกางเกงในสีขาววิ่งผ่านไป อ้อมจะเข้าอุโบสถ! ฟางเจิ้งเหงื่อแตกตรงหน้าผาก นี่มันจังหวะจะฆ่าเขาชัดๆ!
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง เป็นอะไรคะ?” หลี่เสวี่ยอิงถามด้วยความแปลกใจ
ฟางเจิ้งพยายามสงบลง กล่าว “ไม่มีอะไร อาตมาไปทำความสะอาดอุโบสถก่อน”
พูดจบก็รีบเข้าไปในอุโบสถ พอเข้ามาก็เห็นกระรอกอยู่บนคาน กำลังกระดกก้นซ่อนบางอย่าง
ฟางเจิ้งหน้าเขียวปัด ซ่อนกางเกงในในอุโบสถเนี่ยนะ กระรอกโง่นี่คิดได้ยังไง? แต่จะต่อว่าใส่ข้างหลังหลี่เสวี่ยอิงไม่ได้ ได้แต่อดกลั้นไว้ ขณะเดียวกันยังส่งสายตาให้ก้นอ้วนๆ ของกระรอกตลอด น่าเสียดายตรงก้นกระรอกไม่มีตามองเห็น
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง นี่ต้นโพธิ์เหรอคะ?” หลี่เสวี่ยอิงมองต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่มพลางรู้สึกแปลกใจมาก เป็นครั้งแรกที่มองแล้วเต็มไปด้วยความฉงน ต้นโพธิ์ทางใต้มีชีวิตอยู่ทางเหนือ ที่แปลกกว่านั้นคือแตกกิ่งออกใบในฤดูหนาว…มันต้านหนาวได้แบบนี้ ต้นไม้ทางภาคเหนือยังอาย เพื