่อความแน่ใจว่าตนมองไม่ผิด เธอเลยค้นหาข้อมูลเป็นพิเศษถึงออกปากถามกันขายหน้า
ฟางเจิ้งหันกลับมา “ใช่ ต้นโพธิ์ ตอนนั้นโยมท่านหนึ่งถวายให้ มันตายมาหลายปีแล้ว ปีก่อนดันฟื้นกลับมา ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ แต่แตกกิ่งออกใบในหน้าหนาวแบบนี้ มันเป็นต้นไม้รนหาที่ตายน่ะ”
“ฮ่าๆ…” หลี่เสวี่ยอิงหัวเราะคำพูดฟางเจิ้ง ยิ้มว่า “ถ้าเป็นต้นโพธิ์จริงๆ ก็คงเป็นปาฏิหาริย์ แตกกิ่งออกใบในหน้าหนาวทางเหนือ แถมบนเขาสูงอีก จึ๊ๆ…หลวงพี่ฟางเจิ้ง ด้านบนมีกระถางดอกไม้ด้วยเหรอคะ?”
“เป็นรังกระรอกน่ะ” ฟางเจิ้งพูดจบพลันนึกอะไรออก กระรอกบ้านั่นคงไม่ซ่อนของในรังหรอกนะ?
ขณะเดียวกันกระรอกบนคานตัวสั่น หันกลับมาโดยพลัน มองฟางเจิ้งพลางยักคิ้วหลิ่วตา ร้องจี๊ดๆ “ในรังฉันมีอันหนึ่ง”
ฟางเจิ้งแทบจะกระอักเลือด นี่กะจะฆ่าเขาตายจริงๆ!
ตอนนี้เองหลี่เสวี่ยอิงพูด “ฉันปีนขึ้นไปดูได้ไหมคะ? รังน่าสนใจ นี่เจ้ากระรอกอยู่ข้างในไหม?”
ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง รีบเดินออกมา ประนมสองมือ “อมิตาพุทธ สีกา ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา ไม่ควรปีน”
หลี่เสวี่ยอิงได้ยินดังนั้นก็แลบลิ้น พูดยิ้มๆ “เอาเถอะ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง”
ฟางเจิ้งถอนหายใจโล่งอก ถ้าจะขึ้นไปจริงๆ ฟางเจิ้งน่าจะร้องไห้
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉันไปดูหลังวัดได้ไหมคะ?” หลี่เสวี่ยอิงอยากรู้อยากเห็นในตัวฟางเจิ้งจริงๆ เอกลักษณ์เฉพาะของเขาไม่ธรรมดา ที่สำคัญที่สุดคือเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่แย่งซีนจากเธอ