กคนถอนหายใจโล่งอก ฟางเจิ้งพ่นลมหายใจขุ่นๆ ยาว แต่ในใจก็ยังอึดอัดนิดๆ ความอึดอัดนี้เหมือนว่าเขายังอยู่ในยุคสงครามนั้นอยู่ เลือดและเปลวไฟยังไม่จากไป ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว อาศัยจังหวะที่ทุกคนเฉลิมฉลองพูดคุยจากใจกันส่ายหน้าแล้วหมุนตัวเดินกลับวัดไป เป็นครั้งแรกที่วัดเอกดรรชนีปิดประตูใหญ่ตอนกลางวัน
เห็นเงาแผ่นหลังฟางเจิ้งเดินจากไป หลี่เสวี่ยอิงก็รู้ว่าเณรรูปนี้อินมากเกินไป เธอรู้ดีว่าถ้าอินมากไปจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เลยจะตามไปโดยจิตใต้สำนึก แต่ถูกกลุ่มคนล้อมไว้จึงตามไปไม่ได้ ได้แต่ปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยหาเวลาไป
ส่วนหูเซี่ยวกับจ้าวหงเสียงมองตากัน ต่างเห็นความตกตะลึงในแววตากัน เดิมทีคิดว่าเป็นละครตลก แต่กลับแสดงเป็นหนังใหญ่ ความต่างกันขนาดนี้ทำให้สองคนงงจริงๆ
เป็นตอนนี้เองอวี๋กว่างเจ๋อหัวเราะเสียงดัง “รองหู รองจ้าว ไต้ซือที่ผมเชิญมาเป็นยังไงบ้าง?”