้เอง”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นจึงยิ้มน้อยๆ “ช่างเถอะ ถ้าอย่างนั้นอาตมาจะลองดู ต้องคุยกันก่อนนะว่าอาตมาแสดงไม่เป็นจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับๆ ท่านเป็นตัวของตัวเองก็พอ ไปครับ ผมจะพาไปหาผู้กำกับ ให้ผู้กำกับอธิบายบทให้ฟัง” หลินตงสือรับผิดชอบหน้าที่สำคัญ จึงรีบดึงฟางเจิ้งไปหาผู้กำกับอวี๋กว่างเจ๋อ
อวี๋กว่างเจ๋อได้ยินว่าฟางเจิ้งตกลงพลันดีใจใหญ่ มองข้ามที่ฟางเจิ้งบอกว่าแสดงไม่เป็นไปเลย
อวี๋กว่างเจ๋อพูด “หลวงพี่ฟางเจิ้ง อีกเดี๋ยวจะถ่ายหนังเรื่องล่มเมืองกันนะครับ พูดถึงเรื่องฮวามู่หลันไปเป็นทหารแทนพ่อในสมัยโบราณ ผู้หญิงคนไหนสวยที่สุด? ผ้าโพกหัววีรบุรุษสวยที่สุด! เลยใช้ชื่อว่าล่มเมือง แต่ที่เราจะถ่ายในวันนี้คือฉากมหาสงคราม หลังสงครามจบลงจะเหลือศพเต็มพื้น ท่านเป็นนักบวชที่อยู่ใกล้ๆ เดินมาโปรดสัตว์วิญญาณวีรบุรุษที่ตายไป แต่พบว่าฮวามู่หลันยังไม่ตาย เลยพาเธอไปช่วยชีวิต ระหว่างนี้จะมีบทพูดอย่างเดียวคือสวดมนต์ อันนี้ท่านเก่งกว่าผมอีก สวดไปตลอดทาง ช่วยคน เดินไป ง่ายๆ ครับ!”
ฟางเจิ้งฟังดังนั้นก็เหมือนจะไม่ยาก อีกอย่างเรื่องราวของฮวามู่หลันก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เขาย่อมเคยได้ยินมาบ้าง สมัยเรียนยังเคยท่องบทเรียนนี้ พอได้ฟังคำอธิบายต่อจากอวี๋กว่างเจ๋อจึงได้เข้าใจ หนังเรื่องนี้เป็นหนังย้อนยุคจริงๆ หลักๆ คือตอบแทนประเทศด้วยความจงรักภักดี ผู้หญิงไม่ด้อยไปกว่าผู้ชาย แสดงให้เห็นถึงความอนาถาของสงคราม ความคิดหลักๆ