บผู้กำกับอวี๋กระโดดลงมาแล้วให้ทุกคนเตรียมตัว
ตอนนี้เองหลินตงสือเข้ามา เดิมทีหน้ายาวอยู่แล้ว ตอนนี้หน้ายาวกว่าเดิม เอ่ยด้วยความขมขื่น “ผู้กำกับ เกิดเรื่องครับ”
“เกิดอะไรขึ้น?” ผู้กำกับอวี๋ขมวดคิ้ว กำลังจะเปิดกล้องแล้ว มาเกิดเรื่องอะไรตอนนี้?
“ผู้อาวุโสที่แสดงเป็นพระอาจารย์ถงเปยมีปัญหาที่ก้านสมองเข้าโรงพยาบาลแล้วครับ มาไม่ได้ อีกอย่างคงต้องเปลี่ยนตัวแล้ว” หลินตงสือว่า
“เปลี่ยนคนตอนนี้? จะเอาใครมาเปลี่ยนวะ? ถึงคนในกองถ่ายจะเยอะ แต่แกต้องเข้าใจนะว่าวันนี้มันวันอะไร! เปิดกล้องโว้ย! ฝ่ายลงทุนมาแล้ว พวกเราจะบอกพวกเขาว่าถ่ายไม่ได้?” ผู้กำกับอวี๋แทบจะตะโกน
“ถ้าอย่างนั้นหาคนมาแทนสิครับ” หลินตงสือพูดด้วยยความเศร้า เรื่องนี้โทษเขาได้เหรอ? ใครจะไปคิดวะว่านักแสดงอาวุโสจะล้มป่วยกะทันหัน?
“แทน หาใครมาแทน? แกเหรอ? หน้ายาวอย่างแกเนี่ยนะ ไม่เหมาะกับบท! ยิ่งยุ่งยิ่งวุ่นวายจริงๆ…แกโทรไปหาคนที่แสดงดีๆ มา วันนี้ก่อนเที่ยงใครมาก่อนก็เอาคนนั้น!” ผู้กำกับอวี๋กล่าว
“ผมโทรไปแล้วครับผู้กำกับ แต่ละคนอยู่ไกลๆ ทั้งนั้น นั่งเครื่องบินยังมาไม่ทันเลยครับ” หลินตงสือตอบ
“นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้…เวลาแบบนี้แกจะให้ฉันหาพระอาจารย์จากไหน…พระ…เฮ้ย หาพระอาจารย์ทำไมเล่า! ที่นี่ก็มีอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ!” ผู้กำกับอวี๋ตบเข้าที่หน้าผาก พลันตั้งสติกลับมาได้
หลินตงสือมองวัดเอกดรรชนี ดวงตาพลันเปล่งประกาย “หลวงพี่ฟางเจิ้งจะตกลงเหรอ