ะ?”
“หลวงพี่ฟางเจิ้งล่ะ?”
ทุกคนตั้งสติกลับมาจึงพากันออกตามหา หลวงจีนที่นั่งอยู่ตรงหน้าหายไป
“ต้องกลับวัดไปแล้วแน่ๆ ไม่ได้ ฉันต้องไปถามเขาว่าสวดมนต์อะไร ทำไมถึงเพราะขนาดนี้” มีคนกล่าว
หลินตงสือพูดเช่นกัน “ฉันจะไปด้วย”
“กลับมาเดี๋ยวนี้! จะไปไหนกัน? วัดเป็นแดนบริสุทธิ์ สมงสมองไปกันหมดแล้วรึไง จะไปก่อเรื่องอะไร? ไปทำงานกันได้แล้ว!” ผู้กำกับอวี๋ต่อว่าด้วยความโมโห เตะส่งคนพวกนี้กลับไป จากนั้นจัดระเบียบเสื้อผ้า “ฉันไปเอง!”
ทุกคนต่างยิ้ม…
“เสวี่ยอิงไปด้วยกันไหม?” ผู้กำกับอวี๋ถาม
หลี่เสวี่ยอิงส่ายหน้า “ช่างเถอะ ได้ฟังสวดมนต์ก็ถือว่ามีวาสนาสามชาติแล้ว ตามไปร้องขอมันไม่ดีนักหรอก ผู้กำกับวันนี้วิวดีนะ เริ่มถ่ายกันได้รึยัง?”
“เอ่อ…คุณพูดมีเหตุผลนะ ถ้าอย่างนั้นผมไม่ไปแล้ว พวกเราทำงานกันดีกว่า…” ผู้กำกับอวี๋กล่าวจบก็เดินตามไป
หลี่เสวี่ยอิงหันไปมองวัดซึ่งอยู่ไม่ไกลแวบหนึ่ง ก่อนชำเลืองตามองหญ้าบนพื้น เธอมั่นใจมากว่าหญ้าพวกนี้สูงกว่าเมื่อวาน! จึงหยิบมือถือออกมา แต่มือถือหยุดถ่ายวิดีโอไปนานแล้วเพราะหน่วยความจำเต็ม แต่หลี่เสวี่ยอิงก็ยังกดเล่นดูอย่างละเอียด แม้จะมีช่วงเดียว แต่เมื่อกดเล่นแล้วเธอกลับได้เห็นภาพอันน่ามหัศจรรย์! หญ้ากำลังเติบโตจริงๆ โตท่ามกลางการสวดมนต์!
หลี่เสวี่ยอิงปิดปากเล็กๆ ทำหน้าเหลือเชื่อ! นั่งยองลงมองในนาข้าว เห็นว่าในนาข้าวมีหน่ออ่อนจริงๆ! นั่นคือเมล็ดที่เพิ่งปลูกเมื่อวาน ไม่ใช่แค