ี่ จากนี้นายได้เปลี่ยนชื่อเป็นลี่หลัวแล้วล่ะ”
“หมายความว่าไง…เวร! ไม่ตายเหรอ?” หลัวลี่พลันนึกอะไรออก วิ่งเข้าไปดูอย่างไม่เชื่อ จากนั้นก็กลับมาด้วยอาการเหม่อลอย ปากพึมพำ “เป็นไปได้ยังไง? เมื่อคืนวานหนาวขนาดนั้น ไม่ตาย แถมยังแตกหน่อ…”
คนอื่นมองตากันก่อนพากันวิ่งไปดู แต่ละคนมองหน้ากันราวกับเห็นผี
สุดท้ายทุกคนมองหลัวลี่แล้วพูดพร้อมกันอย่างน่าประหลาด “สวัสดี คุณลี่หลัว”
หลัวลี่มองค้อนโกรธๆ…ทุกคนทุกข์ใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน ส่วนสาเหตุ มองว่าเมล็ดต้านหนาวได้ วุ่นวายกันอยู่ครึ่งคืนก็ไม่เห็นฟางเจิ้งมาสวดมนต์จึงแยกย้ายกันไปด้วยความเศร้าซึม บนเขาเอกดรรชนีกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบๆ
วันที่สองฟางเจิ้งทำงานในวัดจนเสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงดังจอแจข้างนอก จึงไปยืนมองหน้าประตู เห็นชาวบ้านกลุ่มใหญ่ขึ้นเขามา แต่ละคนต่างสวมชุดโบราณ แต่งตัวเป็นทหารกันทั้งหมด เพียงแต่ว่าดูจากท่ายืน เสื้อผ้าแต่ละคนดูไม่เรียบร้อย ทั้งยังหัวเราะคิกๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนทหารที่ได้มาตรฐาน
ฟางเจิ้งมองแวบแรกเห็นซ่งเอ้อโก่วในกลุ่มคนจึงกวักมือเรียก ซ่งเอ้อโก่ววิ่งมาทันที พูดยิ้มๆ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง มีอะไรเหรอครับ?” ถึงตอนนี้ซ่งเอ้อโก่วรู้เรื่องที่ถูกฟางเจิ้งหลอกนานแล้ว แต่เขาก็รู้ว่านั่นหวังดีต่อเขา ถ้าไม่ใช่เพราะถูกหลอกตอนแรก ตอนนี้เขาก็ยังเป็นคนเสเพล ไม่ได้ชุ่มชื่นเหมือนตอนนี้ เขาเลยไม่แค้นฟางเจิ้ง แต่กลับซาบซึ้งใจกว