์อยู่ข้างกาย ราวกับเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ ไม่ว่าใครมองจะอดออกปากชมว่าสวยไม่ได้
หลี่เสวี่ยอิงสงบนิ่งเช่นกัน สวมชุดดำทั้งตัว นั่งตรงหน้าฟางเจิ้ง ขาวกับดำเป็นสีที่ต่อต้านกันอย่างรุนแรง แต่ไม่รู้ทำไมทุกคนกลับรู้สึกว่านักแสดงนานาชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในระดับสากลอยู่ต่อหน้าเณรรูปนี้แล้ว กลับมีความรู้สึก…เตี้ยกว่า
เหมือนกับว่าเณรเป็นพระพุทธองค์ หลี่เสวี่ยอิงเป็นเพียงสาวกที่มารับการสั่งสอน ความรู้สึกนี้ทำให้ทุกคนไม่สบายใจมาก ไอดอลของตนเตี้ยกว่าคนอื่น แบบนี้จะได้ยังไงกัน?
มีคนจะไปเรียกหลี่เสวี่ยอิง แต่ผู้กำกับห้ามไว้ เพียงแค่ให้เสี่ยวหลิวหยิบเบาะรองนั่งหนาๆ ไปให้ แต่พอเสี่ยวหลิวเข้าไปใกล้กลับนั่งลงตามแน่นิ่งไป
ผู้กำกับทำหน้ามึนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเอ่ยอย่างไม่เชื่อ “ฉันก็จะไปฟังเหมือนกัน ดูซิว่าหลวงจีนนี่สวดมนต์อะไรถึงมีเวทมนตร์ขนาดนี้”
ผู้กำกับเพิ่งเดินไป เหล่าเถาก็เข้าไปใกล้ “ผู้กำกับ เอาเบาะนั่งไปด้วยครับ เกิดคุณไม่กลับมาจะได้มีที่นั่ง”
“แกน่ะสิจะไม่กลับมา” ผู้กำกับอวี๋ด่ายิ้มๆ ก่อนรับเบาะนั่งเดินเข้าไป
ผู้กำกับอวี๋อยากรู้จริงๆ ว่าจะมหัศจรรย์ขนาดนั้นจริงๆ ไหม ไพเราะขนาดนั้นเลยเหรอ?
พอเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ผู้กำกับอวี๋ได้ยินเสียงสวดมนต์ก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร แต่เมื่อเข้าไปใกล้อีก เขามองฟางเจิ้งข้างหน้า รู้สึกแค่ว่าหลวงจีนรูปนี้แผ่เอกลักษณ์เฉพาะอย่างหนึ่ง ทำให้จิตใจสงบลง