กพวงข้าวจริงๆ ผมจะสลับชื่อตัวเอง” หลัวลี่มองบน รู้สึกว่าเณรนี่น่าตลกชะมัด แถมยังไม่รู้จักดีชั่วเล็กน้อย พวกเขาเตือนด้วยความหวังดีกลับไม่ฟัง จะมาค่อยคิดอีกที? ไม่มีโรงเรือนเพาะปลูกยังจะปลูกบนเขาในต้นฤดูใบไม้ผลิ? ต่อให้เรียกผู้เชี่ยวชาญทั้งโลกมาก็ไม่มีหวังมั้ง? เขาเดาว่าหลวงจีนนี่คิดจนหัวระเบิดก็ยังไม่มีหวัง
พวกเขายังอยากพูดอะไรอีก แต่มีคนวิ่งมาบอกว่าผู้กำกับเรียกพวกเขา เลยไม่ว่างจะเถียงกับฟางเจิ้ง จึงกลับไปทำงานทันที
คนจากกองถ่ายยุ่งกันมาก ฟางเจิ้งด้านนี้ไม่ต่างกัน ขึ้นลงเขาไปตักน้ำไม่มีหยุด
ทางด้านกองถ่าย ในช่วงที่เจียดเวลามาพักผ่อน เหล่าเถา หลินตงสือ หลัวลี่สามคนเล่าเรื่องที่ฟางเจิ้งขุดดินเพาะปลูกข้าวในเดือนสาม
ทุกคนได้ยินดังนั้นพลันทำหน้าพูดไม่ออก มีคนว่า “เขาอาจจะแค่ขุดดิน ราดน้ำ รออากาศอุ่นกว่านี้แล้วค่อยปลูกก็ได้มั้ง?”
“มีเหตุผล เหล่าเถา ฉันว่าพวกนายคิดมากไปแล้ว อากาศแบบนี้ยังจะเพาะปลูก? ไม่ใช่คนโง่ก็แม่มันที่โง่ ถึงยังไงเรื่องนี้ก็ไม่พ้นคำว่าโง่” มีอีกคนว่า
เหล่าเถาขบคิด “จะเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ…”
“เหล่าเถา ดูเร็ว หลวงจีนนั่นโค้งตัวทำอะไรในน้ำน่ะ? ในมือถือถุงด้วย” หลัวลี่เอามือวางตรงหน้าผากเพ่งมองไกลๆ ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงหยุดลง แล้วเรียงแถวกันยื่นคอมองทอดไกลราวกับอีเห็น
เห็นฟางเจิ้งหยิบอะไรออกมาจากถุง จากนั้นยัดเข้าไปในน้ำ
“ดูจากท่าทางแล้วเหมือนกำลังดำนานะ” เหล่าเถาว่า
“แม่เ