ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อาตมากลัวว่าจะทำให้สีกาผิดหวัง อาตมาความรู้ความสามารถไม่มาก อาจเป็นได้แค่ผู้รับฟัง”
พอได้ยินประโยคหน้า หลี่เสวี่ยอิงใจหนักอึ้ง เธอไม่ได้จะมาหาคนเพื่อแก้ปัญหาให้จริงๆ ตนรู้ปัญหาของตนดี เพียงแต่อึดอัดในใจ อยากหาคนที่พึ่งพาได้เล่าให้ฟังก็เท่านั้น ฟางเจิ้งให้ความรู้สึกที่ดีมาก แม้จะเจอกันครั้งแรก แต่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกใกล้ชิดโดยธรรมชาติ เป็นความรู้สึกที่วางใจได้จริงๆ ที่สำคัญคือหลวงจีนนี่ไม่รู้จักเธอ!
พอได้ยินประโยคหลังหลี่เสวี่ยอิงถึงถอนหายใจโล่งอก ยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นฟังก็พอค่ะ”
หลี่เสวี่ยอิงจะพูดพลันได้ยินเสียงคนจอแจดังมาจากข้างนอก มีคนตะโกนเสียงดังว่า “หลี่เสวี่ยอิง! หลี่เสวี่ยอิง!”
หลี่เสวี่ยอิงลุกลี้ลุกลนในใจ…
ฟางเจิ้ง “สีกา เหมือนจะมีคนมาหานะ”
หลี่เสวี่ยอิงถอนหายใจ “ช่างเถอะ ดูท่าวันนี้คงคุยกันได้เท่านี้ อืม ถ้าเป็นไปได้อย่าบอกใครเรื่องที่ฉันคุยกับท่านได้ไหมคะ?” หลี่เสวี่ยอิงถาม
ฟางเจิ้งพยักหน้า “อาตมาช่วยสีการักษาความลับได้”
“ขอบคุณมากค่ะ ฉันชอบความสงบที่นี่มาก และก็ชอบความรู้สึกที่ไม่มีเครื่องตกแต่งอะไร มันทำให้ฉันเข้าใจหลักการอย่างหนึ่ง” หลี่เสวี่ยอิงยิ้มน้อยๆ
ฟางเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ “หลักการอะไร?”
“บางครั้งความคิดคนซับซ้อนเกินไป แม้จะได้ของมาบางสิ่ง แต่ก็ต้องเสียของไปบางสิ่ง พูดง่ายๆ ปลดเครื่องประดับออกหวนคืนสู่เนื้อแท้ ถึงจะสบายตัว น่าเสียดาย มันเ