ฉับพลันนั้นฟางเจิ้งปัดความคิดนี้ไปข้างหลัง ประนมสองมือ สวดบทหนึ่ง “สีกา อาตมาจำไม่ได้จริงๆ แล้วก็ฟ้ามืดแล้ว ถ้าไม่ลงเขาจะเป็นอันตราย”
“เอ่อ…” เธอพูดไม่ออก แต่ก็ยอมรับแล้วว่าหลวงจีนรูปนี้ไม่รู้จักเธอจริงๆ
ดังนั้นเลยยิ้มแห้งๆ ไม่ได้คิดจะหยอกฟางเจิ้งต่อ แต่เก็บรอยยิ้ม ยื่นมือขวาออกไปด้วยความเคยชิน “โอเคค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ฉันหลี่เสวี่ยอิง หลวงพี่ชื่ออะไรคะ?”
“อาตมามีนามทางธรรมว่าฟางเจิ้ง” ฟางเจิ้งไม่ได้จับมือกับหลี่เสวี่ยอิง แต่ยิ้มบางๆ
หลี่เสวี่ยอิงอึ้งงัน โตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอขอจับมือกับคนต่างเพศแล้วถูกปฏิเสธ ความรู้สึกนี้มันแปลกมาก…
ฟางเจิ้งพูดต่อ “สีกา ขึ้นเขาเวลานี้มีธุระอะไรรึเปล่า?”
หลี่เสวี่ยอิงหลี่ตาลง รู้สึกว่าหลวงจีนรูปนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ จึงยิ้มเอ่ยราวกับแมวน้อยเหมียวๆ พบกับแผ่นดินใหม่ “มีธุระแน่นอนค่ะ เอ่อ…อืม…จุดธูป! ขอพร!”
หลี่เสวี่ยอิงพูดจบก็เดินไปอุโบสถ ก่อนเห็นป้ายตรงปากประตูทางเข้า ธูปธรรมดาฟรี ธูปชั้นดีสองร้อย หลี่เสวี่ยอิงขมวดคิ้วขึ้น เธอเคยไปมาหลายวัด วัดปกติคนทั่วไปจะมาถวายธูปธรรมดาให้ ใครจะใช้ก็ได้ แต่จะต้องบริจาค หนึ่งเหมาก็ยังได้ เพราะนี่เป็นธูปที่คนอื่นเอามาวางไว้ ถ้าคุณไม่ใส่เงินค่าธูป นั่นเท่ากับช่วยคนอื่นจุดธูปไหว้พระ แต่ถ้าตนควักเงินค่าธูปจ่ายไป ต่อให้เป็นเงินเหมาเดียวนั่นก็จะเป็นของคุณ
นอกจากนี้ธูปแบบอื่นๆ ก็ไม่ได้มีแค่ธูปราคาส