ิษฐานแล้วหลี่เสวี่ยอิงถึงยืนขึ้น “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านดูดวงได้ไหม?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “อาตมาดูไม่เป็นหรอก”
“น่าเสียดายจริงๆ” หลี่เสวี่ยอิงพูดพลางมองพระเวทโพธิสัตว์ตรงปากประตูแวบหนึ่ง รู้ว่าที่นี่ไม่ดูแลเรื่องที่พัก ในใจเกิดความเสียดายเล็กน้อย ถึงตีนเขาจะคึกคัก แต่เธอชอบความสงบมากกว่า และแม้วัดนี้จะกันดาร แต่ทั้งวัดให้ความรู้สึกที่ดีมาก เงียบสงบและเป็นมงคล พออยู่ที่นี่ ความกลัดกลุ้มทั้งหมดจะถูกขับไล่ออกไป เธอชอบความรู้สึกนี้…เลยพูดไปตามจิตใต้สำนึกว่า “ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งล่ะนะ”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นในใจเกิดความขมฝาด? ความสุข? ถ้าทุกวันนี้การคิดว่าจะมีข้าวกินไหมเป็นความสุขล่ะก็ เขาก็รู้สึกว่าตนมีความสุขมาก
“สีกา ยังมีธุระอะไรอีกไหม?” ฟางเจิ้งเดิมตามหลี่เสวี่ยอิงออกจากอุโบสถ มายืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เอ่ยถาม
หลี่เสวี่ยอิงว่า “มีธุระอีกนิดหน่อยค่ะ ไม่รู้ว่าหลวงพี่จะช่วยได้ไหม”